เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานอัยการสูงสุด ประกาศรายชื่อผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการเเละเเต่งตั้งให้ดำรงตำเเหน่งอัยการผู้ช่วย(สนามใหญ่) โดยมีผู้สอบข้อเขียนจำนวน7,476คน สอบผ่าน11คน คิดเป็น 0.147เปอร์เซ็นต์ สำหรับรายชื่อผู้ที่สอบได้ประกอบด้วย นายภาสกร เที่ยงพูนวงศ์ ,น.ส.วรพีพัทธ์ หอสุวรรณจิตร , นายพิสุทธิ์ บัวเเย้ม ,น.ส.ชมชนก รัชตะวราโชติ ,นายจตุพร ศรีวัน ,นายชานนท์ ทวีวงศ์, นายอนันต์ชัย คีรีกิจขจร ,นายธีรรัตน์ มังคุด ,น.ส.เมษยา โรจนอารีย์ ,นายอาทรณ์ เกตุเเก้ว และนายศิริพล ตันติพูล โดยหลังจากนี้ผู้ที่สอบข้อเขียนผ่านจะต้องเข้ารายงานตัวที่สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ศูนย์ราชการ ถนนเจ้งวัฒนะ เวลา 09.00น.วันที่4สิงหาคมนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับจำนวนผู้สอบข้อเขียนผ่านในปีนี้11คนนั้น ถือว่ามีจำนวนน้อยมากเป็นประวัติการณ์ในการสอบอัยการผู้ช่วยสนามใหญ่ ที่จะมีผู้เข้าสอบเป็นจำนวนมาก
โดยเเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงเหตุที่มีผู้เข้าสอบข้อเขียนผ่านน้อยกว่าทุกปีว่า ปกติเเล้วหากผู้เข้าสอบได้ ผ่านเกณฑ์50เปอร์เซ็นต์ ก็จะรับหมด เว้นแต่ปีไหนมีงบประมาณจำกัด จะกำหนดจำนวนรับไว้ว่าไม่เกินกี่คน ข้อสอบครั้งนี้ในบางข้อมีความยากกว่าครั้งที่ผ่านมา ข้อสอบมี10ข้อ เวลาสอบ4ชั่วโมง ประเด็นคำถามในข้อสอบแต่ละข้อมีเยอะมาก บางข้อมีร่วม10ประเด็นที่ต้องตอบ ขณะที่มีข้อสอบ10ข้อ เท่ากับว่าในแต่ละข้อมีเวลาทั้งอ่านข้อสอบและทั้งเขียนคำตอบแค่ราว24นาทีเท่านั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เข้าสอบตอบไม่ครบประเด็นและทำข้อสอบไม่ทันเวลาเป็นจำนวนมาก ในการตรวจข้อสอบอัยการผู้ช่วยต้องตรวจให้เป็นไปตามธงคำตอบ เมื่อผู้เข้าสอบตอบไม่ถูก ไม่ครบประเด็นกันมาก ทำให้ได้คะแนนไม่ดี และธงคำตอบข้อสอบอัยการผู้ช่วยบางข้อไม่สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ในจุดนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากที่ตอบโดยยึดแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลัก ได้คะแนนไม่ดีในการตอบข้อสอบข้อนั้น
แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมาเคยมีจำนวนผู้สอบผ่านผู้ช่วยผู้พิพากษาได้น้อยมากขนาดนี้ คือ สอบได้เพียง 6 คน ในการสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่น 50 เมื่อปี 2547 แต่ในครั้งนั้นมีความแตกต่างจากการสอบอัยการผู้ช่วยในครั้งนี้ เนื่องจากการสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาในการสอบเมื่อปี 2547 เป็นการสอบสนามเล็ก มีคนเข้าสอบไม่กี่ร้อยคน เเต่การสอบอัยการผู้ช่วยครั้งนี้เป็นการสอบสนามใหญ่ มีคนเข้าสอบจำนวนมากร่วม8,000คน โดยพบว่าปัญหาที่ตามมาและกระทบกับสำนักงานอัยการสูงสุดโดยทันทีคือ สำนักงานอัยการสูงสุดที่ตอนนี้ขาดอัตรากำลังจำนวนหลายพันนาย จะยิ่งขาดแคลนอัตรากำลังมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ธงคำตอบข้อสอบอัยการผู้ช่วยไม่ได้มีการเปิดเผยโดยทันทีที่สอบเสร็จ เหมือนเช่นธงคำตอบข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา โดยมักจะทิ้งช่วงเวลาผ่านไประยะหนึ่ง นานพอสมควรแล้วจึงนำธงคำตอบมาเผยแพร่ ซึ่งทำให้ผู้เข้าสอบไม่สามารถทราบได้โดยทันทีที่สอบเสร็จว่าตนเองตอบถูกหรือผิดธงอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้มีเสียงเรียกร้องจากผู้เข้าสอบจำนวนมาก ว่า ขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยและเผยแพร่ธงคำตอบให้รวดเร็วภายหลังการเสร็จสิ้นการสอบสวนด้วย

