วันที่ 7 มีนาคม เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บริเวณแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี สถานการณ์ในแม่น้ำสะแกรังเกิดวิกฤตแห้งลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงบ้านน้ำตก วัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ ไปจนถึงพญาไม้รีสอร์ท ระดับน้ำในแม่น้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางจุดแห้งขอดเห็นเนินดินหลายจุด โดยเฉพาะจุดบริเวณหน้าวัดพิชัยนั้นสามารถเดินข้ามฝั่งได้แล้ว
ด้านแพที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เกือบร้อยหลังคาเรือน เริ่มเตรียมทำการชักลากแพที่อยู่อาศัยลงกลางล่องแม่น้ำ เพื่อไม่ให้แพที่อยู่อาศัยนั้นเกยตื้น จนทำให้ลูกบวบแพที่เป็นทุ่นลอยน้ำของแพได้รับความเสียหาย รวมไปถึงปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชัง ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาวะน้ำที่แห้งแล้งและไม่มีการหมุนเวียนนั้นมีความเสี่ยงสูงที่ปลากระชังนั้นจะขาดออกซิเจนและน็อกน้ำตายได้ ทำให้เกษตรกรชุมชนชาวแพที่เลี้ยงปลากระชังเริ่มทำการทยอยคัดปลาที่เลี้ยงไว้และเริ่มโตเต็มวัยออกจำหน่าย เพื่อระบายปลาออกให้สามารถดูแลได้ง่ายและเพื่อให้ได้เงินคืนมากที่สุด

นายปิยะ ศรีสังงาม อายุ 54 ปี ชาวแพผู้เลี้ยงปลากระชัง เล่าว่า แม่น้ำสะแกกรังไม่เคยแห้งหนักอย่างนี้มานานกว่า 50 ปีแล้ว ตั้งแต่จำความได้อายุ 4 ปี เคยแห้งหนักจนสามารถเดินข้ามฝั่งกันได้ก็เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว และชาวแพที่นี่ก็ทำการปลูกผักขายหารายได้แทนการเลี้ยงปลา ซึ่งแม่น้ำสะแกกรังนั้นเริ่มแห้งแล้งหนักตั้งแต่ปีที่แล้วและในปีนี้ก็เพิ่มระดับความแล้งมากขึ้นมาอีก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนแพนั้นต่างก็หวั่นว่าจะได้รับความเสียหายทั้งที่อยู่อาศัยรวมทั้งปลากระชังที่เลี้ยงไว้กินและไว้ขายเป็นอาชีพนั้น หากน้ำแห้งขอดลงมากกว่านี้จริงๆ จะได้รับผลกระทบและเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้ปลากระชังที่เลี้ยงกันไว้เริ่มน็อกน้ำตายแล้ว ทำให้ต้องทำการคัดปลาที่พอจะขายได้เร่งออกขายให้ได้มากที่สุด เพราะกลัวว่าจะขาดทุนเหมือนรอบที่ผ่านมากันอีก แต่ก็ยังคงต้องเลี้ยงกันต่อไป เพราะมันเป็นอาชีพแต่ว่าจะลดปริมาณการเลี้ยงลงเพื่อให้ดูแลได้ง่าย รวมทั้งการสัญจรทางน้ำก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เส้นทางอ้อมเข้าไปในตัวเมือง ทางหน่วยงานก็มีเข้ามาสอบถามเก็บข้อมูลอยู่เรื่อยๆ แต่ยังไม่มีการเข้ามาทำการแก้ไขหรือช่วยเหลืออะไร ซึ่งก็เข้าใจว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้าระวังและติดตามผลและยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าน้ำจะลดหรือจะเพิ่ม ซึ่งก็ต้องผ่านวิกฤตกันไปให้ได้
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันระดับน้ำแม่น้ำสะแกกรัง มีระดับบริเวณหน้าศาลากลาง จ.อุทัยธานี +14.57 ม.ทรก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.93 ม.) ซึ่งยังทรงตัวลดลงไม่มากและไม่มีการระบายน้ำเข้า-ออก ส่วนแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรหลัก 3 แห่ง ปัจจุบันเขื่อนทับเสลา มีน้ำเก็บกัก 46.59 ล้าน ลบ.ม (29.11%) ใช้การได้ 29.59 ล้าน ลบ.ม. (20.69%) น้ำไหลเข้า 0.00 ล้าน ลบ.ม. ระบาย 0.00 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนห้วยขุนแก้ว มีน้ำเก็บกัก 7.96 ล้าน ลบ.ม. (18.33%) ใช้การได้ 5.79 ล้าน ลบ.ม. (14.03%) น้ำไหลเข้า 0.00 ล้าน ลบ.ม. ระบาย 0.00 ล้าน ลบ.ม ประตูระบายน้ำเขื่อนวังร่มเกล้า มีระดับเหนือน้ำ +27.10 ม.รทก. มีระดับท้ายน้ำ +23.50 ม.รทก.ระบายน้ำ 0 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทางจังหวัดอุทัยธานียังไม่ได้มีการประกาศภัยแล้งที่จุดใดในขณะนี้

