วันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายธีรศักดิ์ หมวกเพชร เจ้าของร้านจำหน่ายปลาและอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์น้ำ ชื่อร้านปลาสวยงาม ตั้งอยู่ที่ ม.2 ถ.โพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง ว่าเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลาประมาณช่วงเที่ยงวัน รถกระบะของตนเองที่จอดไว้บริเวณริมถนนตรงหน้าร้าน ถูกรถกระบะถอยหลังมาชนแล้วหลบหนี ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว
เมื่อไปถึงนายธีรศักดิ์ได้เปิดภาพที่ถูกบันทึกไว้ได้จากวันที่เกิดเหตุ พร้อมเล่ารายละเอียดให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เวลา 12.13 น. มีรถกระบะคันหนึ่งขับเข้ามาจอดด้านหน้ารถของนาย….จากนั้นมีคนลงมาจากรถประมาณ 4-5 คน แล้วเดินเข้าไปบริเวณด้านข้างร้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์จำหน่ายสินค้าโครงการหลวงฯ วิสาหกิจชุมชนและตลาดเกษตรกร ซึ่งมีสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทองเป็นผู้รับผิดชอบดูแลอยู่ จากนั้นเวลา 12.14 น. รถคันดังกล่าว ได้ขับเลี้ยวเข้าไปยังด้านในศูนย์จำหน่ายสินค้าโครงการหลวงฯ หายไปประมาณ 5 นาที จึงถอยรถออกมาเมื่อเวลา 12.19 น. แล้วถอยหลังไปชนรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1 ฒง 2276 กรุงเทพมหานคร ของนายธีรศักดิ์ ที่จอดแล้วดึงเบรกมือไว้ อยู่ด้านหน้าร้าน จากภาพเห็นว่าความแรงที่ถูกถอยหลังชนนั้น ทำให้รถมีการถอยหลังได้ ถึงแม้จะมีการดึงเบรกมือไว้ก็ตาม จากนั้นรถคันที่ถอยชนก็ขับเดินหน้าออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเพื่อนบ้านที่อยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ได้รีบวิ่งมาบอก ส่วนอีกคนได้จดหมายเลขทะเบียนไว้ จากนั้นจึงพากันไปดูรถของตนว่ามีความเสียหายอะไรบ้าง จากนั้นจึงได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้บันทึกไว้ย้อนดู ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ถูกบันทึกไว้ทั้งหมด
นายธีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาตอนเช้าของอีกวัน (26 ก.พ.) รถคันที่ก่อเหตุ ได้ขับมาที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าโครงการหลวงฯ อีกครั้ง ตนจึงได้เดินเข้าไปสอบถาม ว่าพี่ครับ เมื่อวานใครเป็นคนขับรถมาชนรถผมเหรอ แต่คนที่ลงมาจากรถ รวมไปถึงคนขับ กลับไม่มีใครพูดกับผมเลยสักคนเดียว จึงได้สอบถามอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรและก็ไม่มีใครมองหน้าตนด้วย จึงเดินออกมาแล้วกลับเข้าร้าน ส่วนรถคันที่ขับถอยหลังมาชนนั้นยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กค 4421 อ่างทอง ตรวจสอบแล้วพบว่ารถคันนี้จดทะเบียนโดยสำนักปลัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมถึงไม่มีใครกล้าที่จะออกมายอมรับ ทั้ง ๆ ที่เป็นหน่วยงานของรัฐแท้ๆ ไม่ได้ต้องการให้มารับผิดชอบอะไร มันไม่ได้เสียหายอะไรเยอะ แค่เข้ามาคุยกัน และกล้าที่จะพูดคำว่าขอโทษกับผม เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว คนที่ขับรถวันนั้นเข้ามาเถอะครับ ผมต้องการแค่คำว่าขอโทษเพียงแค่นั้น ไม่ต้องมาชดใช้อะไร นิสัยคนไทยครับพูดให้เป็น สวัสดี ขอบคุณ และขอโทษ

