กรณีที่นายดำรง เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง ได้ประชุมกับสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี และได้ร้องเรียนสภาพปัญหาขยะ เนื่องจากมีการถ่ายขยะจากเรือสินค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นขยะอันตราย โดยกรมเจ้าท่าเป็นผู้รับผิดชอบ แต่กลับไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
วันที่ 29 กรกฎาคม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า คพ. ได้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษกรณีการขนส่งสินค้าบริเวณเกาะสีชังเพื่อประเมินศักยภาพและผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการเป็นเขตขนส่งสินค้าระดับภูมิภาคเพื่อรองรับการขยายตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อปี พ.ศ. 2557 พบว่าในเรือสินค้าและเรือโป๊ะ (เรือลำเลียงสินค้า) แต่ละลำจะมีขยะทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือโป๊ะ จะมีการทิ้งขยะลงในทะเลโดยมิได้ทำการคัดแยก ในปริมาณ 1.6 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน รวมทั้งของเหลือทิ้งจากการขนถ่ายสินค้าและของเสียที่เกิดขึ้นจากเรือสินค้าเดือนละประมาณ 3.1 ตัน
นายจตุพร กล่าวว่า ในรายงานดังกล่าว ได้มีการเสนอให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ภาครัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้องควรมีระบบการจัดเก็บขยะและสิ่งตกค้างจากการขนถ่ายสินค้าโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจกถุงขยะให้เรือแต่ละลำ เช่น มีเรือเก็บขยะมารับขยะจากเรือโป๊ะ โดยมีช่วงเวลาการเก็บขยะที่แน่นอน และให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะจากเจ้าขอบริษัทไม่ใช่เรียกเก็บจากผู้ควบคุมเรือ เนื่องจากผู้ควบคุมเรือมีรายได้ไม่มากนัก 2. มีทุ่นลอยสำหรับเป็นที่ทิ้งขยะจากเรือที่จอดรวมกลุ่มกันหลายลำ แต่ในช่วงที่มีคลื่นลมแรงอาจมีปัญหาขยะกระจัดกระจายออกจากแนวทุ่นลอย 3.จากผลการศึกษาทราบว่าชาวเรือตระหนักดีถึงผลเสียของการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงสู่ทะเล แต่การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงสู่ทะเล อาจจะดำเนินการได้ยาก เนื่องจากเรือแต่ละลำมีพื้นที่ไม่มากนัก ดังนั้น จึงไม่สะดวกในการกักเก็บและอาจเกิดกลิ่นเหม็นในส่วนที่พักอาศัยของผู้ที่อยู่บนเรือได้
อธิบดี คพ. กล่าวว่า คพ. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากการขนถ่ายสินค้ากลางทะเล ภายใต้คณะกรรมการควบคุมมลพิษ เพื่อกำหนดแนวทางควบคุมมลพิษทางน้ำ รวมทั้งขยะและกากของเสียที่เกิดขึ้นจากการขนส่งสินค้ากลางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด การพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการเพิ่มโทษการลักลอบทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงทะเลในพื้นที่เฉพาะบริเวณนี้ การพิจารณากำหนดให้มีหน่วยเฉพาะกิจโดยกรมเจ้าท่าซึ่งเป็นหน่วยงานหลักและภาคประชาสังคมเพื่อติดตามตรวจสอบการลักลอบทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในบริเวณดังกล่าว ต่อไป

