“คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอไม่ได้ทำงานเพียงเรื่องการสาธารณสุขเท่านั้น แต่จะดูทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเน้นการใช้งบประมาณเพื่อการทำงานที่ไม่ซ้ำซ้อน แต่จะใช้งบอย่างคุ้มค่า เพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด….” นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพชีวิต โรงพยาบาลแก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งพื้นที่แก่งคอยจัดเป็นพื้นที่ที่มีการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) คลินิกหมอครอบครัว สถานพยาบาล ร้านขายยา ประชาชน ภาคเอกชน หน่วยงานฝ่ายปกครอง เป็นต้น จัดทำเป็นระบบสุขภาพอำเภอแก่งคอย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่
นพ.โสภณกล่าวว่า จากระบบสุขภาพอำเภอแก่งคอยถือเป็นอีกพื้นที่ที่จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และระบบสุขภาพอำเภอแก่งคอย ซึ่งจริงๆ ไม่เพียงแต่เรื่องสุขภาพ ยังรวมถึงการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ ฯลฯ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการทำงานในระดับพื้นที่ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแล้ว คาดว่าจะจัดตั้งเป็นคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับชาติขึ้น อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะทำหน้าที่หลักในการบูรณาการงบประมาณด้านคุณภาพชีวิตทั้งหมด ทั้งงบส่วนของสธ. งบท้องถิ่น งบกองทุนสุขภาพตำบล งบหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ทำงานโดยไม่ซ้ำซ้อน เช่นเรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ หากมีงบของหน่วยงานอื่นเข้าไปแล้ว ทาง สธ.ก็ไม่ต้องส่งไปต่อ เพื่อให้ไม่ซ้ำซ้อนและนำงบไปใช้อย่างอื่นได้อีก
อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพของอำเภอแก่งคอย ได้ใช้พื้นที่เป็นฐานประชาชนเป็นศูนย์กลาง ด้วยการทำงานอย่างมีส่วนร่วมตามแนวทาง “ประชารัฐ” เพื่อเป้าหมายคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน มียุทธศาสตร์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาของอำเภอ อาทิ การจัดประชุมระดมความคิดเพื่อกำหนดประเด็นร่วมกัน โดยทีมงานของสาธารณสุข ร่วมกับทีมงานฝ่ายปกครอง มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคม เช่น ด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ การสร้างกิจกรรมสร้างอาชีพให้ชุมชนสามารถเลี้ยงดูตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังดูแลคนยากไร้ คนด้อยโอกาส การลดอุบัติเหตุ ขยะมูลฝอยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ฯลฯ
กลไกการทำงานสำคัญ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอ ประกอบด้วยความร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายวิชาการ (สาธารณสุข) และภาคเอกชน ตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ โดยเมื่อคณะทำงานได้ประเด็นปัญหาต่างๆ ในอำเภอแก่งคอยที่ได้รับการแก้ไขและพัฒนาแล้ว จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตขึ้น และสรุปประเด็นแก้ไขปัญหาต่างๆ อาทิ ปัญหาคุณภาพอาหารเพื่อการบริโภค ปัญหาผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ปัญหาการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวต่างถิ่น ปัญหาอุบัติเหตุจากการจราจรทางถนน ฯลฯ
เมื่อได้ประเด็นก็จัดการประชุมคณะทำงานทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อร่วมศึกษาสถานการณ์ของปัญหา กำหนดวัตถุประสงค์และวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน แบ่งภาระหน้าที่ตามบทบาทของหน่วยงานและบทบาทของภาคีเครือข่ายในแต่ละกลุ่มเพื่อแก้ไขแต่ละประเด็นไป
ยกตัวอย่าง การดำเนินงานด้านอาหารปลอดภัย โดยดำเนินกิจกรรมที่ตลาดและโรงเรียน ได้แก่ ตลาดสดและตลาดนัด จัดทำเป็นตลาดสดน่าซื้อ เริ่มดำเนินการที่ตลาดตาลทอง ตำบลตาลเดี่ยว เน้นจำหน่ายอาหารปลอดภัยมอบป้ายรับรองมาตรฐานตลาดสด ขณะที่ตลาดนัดให้ดำเนินการเป็นตลาดนัดสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ มีป้ายรับรองมาตรฐานเช่นกัน นอกจากนี้ ในส่วนของโรงเรียน จะดำเนินการน้ำดื่มโรงเรียนสะอาดปลอดภัย ตรวจมาตรฐานน้ำดื่มในโรงเรียนและมอบป้ายรับรองมาตรฐานน้ำดื่ม เป็นต้น
โดยผลดำเนินการได้มีการสำรวจน้ำดื่มในโรงเรียน และเก็บน้ำดื่มส่งตรวจ ทำให้ทราบคุณภาพน้ำดื่ม มีการปรับปรุงคุณภาพน้ำในโรงเรียน ขณะที่ตลาดสดก็มีการจัดทำทะเบียนผู้ขายของในตลาด ทั้งตลาดนัดตลาดสด เป็นต้น
อำเภอแก่งคอย จึงเป็นตัวอย่างของการทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับพื้นที่ที่ไม่ซ้ำซ้อน และคาดหวังจะขยายต่อไปในทุกอำเภอของประเทศ

