จ่อผลักดัน ‘ซู ซู’ กลับจีน หลังซื้อซิมการ์ดให้หน.แก๊งปล้นปืน ‘บิ๊กแป๊ะ’เชื่อเส้นทาง R3Aลำเลียง

7.03.16 | 13:35 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบปากคำนายซู ซู อายุ 30 ปี ชาวจีน หลังพบว่าทำหน้าที่ซื้อซิมโทรศัพท์ให้กับนายเจิ้น หยาง ห้วหน้าแก๊งชาวจีนก่อเหตุปล้นร้านขายปืน ห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเตอร์อาร์ม ย่านเจริญกรุง ในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ ว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่านายซู ซู มีความเชื่อมโยงกับแก๊งดังกล่าว ส่วนเรื่องซิมโทรศัพท์นั้น ไปจำกัดสิทธิ์คนซื้อไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ส่วนตัวเขา

“หลังเปิดประชาคมอาเซียน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยมากขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยนมาตรการด้านความปลอดภัยให้เข้มงวด จะมีการนำเทคโนโลยีเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ” ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าสามารถปิดคดีได้ เนื่องจากวิเคราะห์แล้วว่าไม่น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้น คาดว่าเป็นเพราะอาวุธปืนเป็นสินค้าต้องห้ามในประเทศจีน จึงสามารถลักลอบจำหน่ายได้ในราคาสูง สำหรับเส้นทางลักลอบขนอาวุธคาดว่าจะใช้เส้นทาง R3A ทางภาคเหนือที่เชื่อมต่อไปยังประเทศจีน แต่จะใช้วิธีการใดนั้น ยังไม่สามารถระบุได้

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบนายซู ซู ทำธุรกิจทัวร์ในประเทศไทย จึงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถควบคุมการจำหน่ายซิมโทรศัพท์ให้นักท่องเที่ยวได้ นายซู ซู มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทย 17 ครั้ง ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว เข้ามาในไทยตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 ล่าสุดจะยื่นเรื่องขอวีซ่าทำงาน จะสามารถอยู่ในไทยได้ถึง วันที่ 27 สิงหาคม 2559 แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนวีซ่าแล้ว อยู่ระหว่างควบคุมตัวเพื่อรอผลักดันกลับประเทศ เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามที่เชื่อว่าอาจเป็นอันตรายต่อสังคม ส่วนจะสามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยได้อีกหรือไม่ จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ ต้องเว้นระยะห่างเป็นเวลา 5 ปี แต่จากการตรวจสอบประวัติกับสถานทูตจีน ไม่พบการก่ออาชญากรรมในประเทศจีน และมีอาชีพไม่แน่นอน