‘อัยการรักองค์กร’วอนสื่อหยุดกระพือ คดีหนุ่มใหญ่ขับรถชนโชว์บัตรเบ่ง ไม่ใช่’อัยการ’

31.07.17 | 15:24 น.
ขอบคุณภาพจากเพจ Social Hunter

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่มีการขับรถชนกันในพื้นที่ สน.ประชาชื่น เเละมีเว็บเพจในเฟซบุ๊กเเห่งหนึ่ง มีการนำข้อความมาเผยเเพร่ในโลกออนไลน์ว่าคู่กรณีผู้ที่ขับรถชนดังกล่าวเป็นข้าราชการอัยการ เเละมีลักษณะใช้ตำเเหน่งอัยการกระทำการไม่เหมาะสม ซึ่งมีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวเเละนำเรื่องดังกล่าวที่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปพูดออกรายการทีวี ต่อมาเมื่อมีข้อเท็จจริงปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้าราชการอัยการสื่อมวลชนบางเเห่งก็มีการลงเเก้ไขข่าวให้ เเต่ก็ยังมีสื่อมวลชนหรือทีวีบางช่องนำเรื่องดังกล่าวไปเผยเเพร่ซ้ำ โดยที่ยังระบุว่าบุคคลที่ขับรถชนดังกล่าวนั้นเป็นข้าราชการอัยการอยู่ ทั้งที่มีการเผยเเพร่ข้อเท็จจริงไปเเล้ว ว่าบุคคลที่เป็นคู่กรณีขับรถชนไม่ใช่ข้าราชการอัยการ “กลุ่มอัยการรักองค์กร” ซึ่งเป็นกลุ่มของข้าราชการอัยการ จึงขอเเถลงการถึงกรณีดังกล่าวมีข้อความระบุดังนี้

“ตามที่มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ สื่อโทรทัศน์ โซเชียลมีเดียในโลกออนไลน์ต่างๆ ว่ามีผู้กล่าวอ้างว่ามีชายผู้หนึ่งเป็นอัยการขับรถชนคู่กรณีจนได้รับความเสียหาย แต่ไม่ยอมขอโทษ และชายคนดังกล่าวได้แสดงตนว่าเป็นอัยการ โดยการแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการอัยการ และวางอำนาจบาตรใหญ่ ใช้กิริยาวาจาแสดงอำนาจที่ไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติคู่กรณี และได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งในเวลาต่อมาว่าชายคนดังกล่าวไม่ได้เป็นอัยการแต่อย่างใดนั้น กลุ่มอัยการรักองค์กรพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อความที่นำมาเผยแพร่ในสื่อและโซเชียลมีเดียทั้งหลายดังกล่าว นอกจากจะมีข้อความอันเป็นเท็จแล้วยังเป็นข้อความที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม มีความหยาบคาย รุนแรง สร้างความเสียหาย ความเกลียดชังแก่องค์กรอัยการและอัยการทั่วประเทศ ให้เกิดขึ้นกับประชาชนและสังคมไทยอย่างแพร่หลายกว้างขวาง

กลุ่มอัยการรักองค์กรจึงมีความเห็นว่าบรรดาสื่อและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งกลุ่มบุคคลที่แสดงความคิดเห็นด้วยการใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาทอย่างรุนแรง ควรใช้ความระมัดระวังตรวจสอบข้อมูลข่าวสารให้ดีและให้เป็นที่แน่ใจเสียก่อนที่จะเผยแพร่ออกไป และควรหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ สื่อบางรายที่ทราบดีอยู่แล้วว่าชายที่ถูกพาดพิงถึงไม่ได้เป็นอัยการ แต่ก็ยังคงมีเจตนาเสนอข่าวโจมตีให้ร้ายองค์กรอัยการและอัยการให้ได้รับความเสียหายอย่างไม่หยุดหย่อน ควรที่จะละเลิกพฤติกรรมที่ไม่สมควรอันขัดกับจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อเสีย มิฉะนั้น อาจนำมาซึ่งการใช้สิทธิตามกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามกฎหมายต่อไป และอาจจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งอีกด้วย

กลุ่มอัยการรักองค์กรมีความเคารพสิทธิเสรีภาพในการเสนอ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อและบุคคลต่างๆ มาโดยตลอด แต่การเผยแพร่และนำเสนอข้อมูลข่าวสารนั้นจะต้องอยู่ภายใต้การใช้สิทธิเสรีภาพในขอบเขตของกฎหมาย และจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดด้วย”