เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 1 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) กล่าวถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำกปปส.กล่าวหามีการซื้อขายตำแหน่งในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ตั้งตนเป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีผบก.กองตรวจ 8 จเรตำรวจ ร่วมตรวจสอบ และให้พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พ้นตำแหน่งช่วยราชการศปก.ตร.ไว้ก่อน ขณะนี้ผลสอบเสร็จสิ้นแล้ว ส่งให้ ผบ.ตร.ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยชี้ว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่กล่าวหามีมูล ให้ดำเนินการพิจารณาตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง 3 นาย โดย 1 นายเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ส่วนอีก 2 คนเป็นนายตำรวจชั้น ยศ พ.ต.ท.และ พ.ต.ต. ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ หรือความเกี่ยวข้องกับบุคคลใดอยู่ในสำนวนการตรวจสอบที่ส่งผบ.ตร.ไปแล้ว อยู่ที่การพิจารณาของผบ.ตร.
พล.ต.อ.ปัญญากล่าวว่า รายละเอียดการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สอบปากคำพยาน 114 ปาก สอบปากคำ นายวิทยา ในฐานะผู้กล่าวหาด้วย รวมทั้งให้ พล.ต.ท.เทศา เข้าชี้แจง สอบปากคำฝ่ายอำนวยการผู้เกี่ยวข้องจัดทำบัญชีแต่งตั้งของ บช.ภ.8 และสอบปากคำข้าราชการตำรวจที่ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น ได้รับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียน กลุ่มที่รักษาราชการแทนในตำแหน่งที่เปิดตำแหน่งไว้เมื่อการแต่งตั้งรองผบก.-สว.วาระ ปี 2558 กลุ่มนี้สอบไปทั้งหมด 31 ปาก
“จากการรวบรวมพยานบุคคล และพยานแวดล้อมต่างๆ ตามที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในบช.ภ.8 มีมูลความจริง ความผิดปรากฎอยู่ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นควรเสนอผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยตำรวจทั้ง 3 นาย ถ้าผลการตรวจสอบขยายผลไปถึงผู้ใดอีก ก็คงจะมีการดำเนินการต่อ ขณะนี้ผบ.ตร.คงกำลังตรวจสอบเรื่องราวอยู่ ถ้าท่านเห็นชอบตามที่เสนอก็จะมีการตั้งคณะกรรมการต่อ แต่ผมไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะอยู่ในกระบวนการการพิจารณาของผบ.ตร.” จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ คือ พล.ต.ท.เทศา หรือไม่ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่าไม่ขอพูดตรงนี้ดีกว่า ส่วนจากนี้ผบ.ตร.จะตั้งกรรมการอย่างไร หรือให้ใครช่วยราชการอีก อยู่ที่ผบ.ตร.
ถามว่า จากการตรวจสอบ พล.ต.ท.เทศา ได้ดำเนินการแต่งตั้งถูกต้องตามขั้นตอน ตามกฎหมาย หรือไม่ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ในสำนวน ขออนุญาตให้ ผบ.ตร.พิจารณาก่อนดีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบความผิดปกติในการแต่งตั้งทุกกลุ่มทั้งกลุ่มแต่งตั้งเลื่อนขั้น โยกย้ายปี 2559และกลุ่มแต่งตั้งรักษาราชการในปี 2558 แต่เรื่องนี้ขอให้ผบ.ตร.พิจารณาดำเนินการต่อแล้วกันเป็นเรื่องในสำนวน แต่ผลจากการตรวจสอบครั้งนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่การดำเนินการเอาผิดทางอาญาและทางวินัยได้ ถ้าเข้าข่ายความผิดทางอาญาก็ดำเนินการต่อได้
“จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า มีการเสนอ เรียกรับ สัญญาว่าจะให้ จะรับทรัพย์สินอะไรแบบนี้ ในการสอบสวนพยานแวดล้อมต่างๆในชั้นนี้เรามั่นใจว่ามีมูลที่จะดำเนินการสู่ขั้นต่อไปได้ ผบ.ตร.ให้ไปตรวจสอบว่าจะดำเนินการทางวินัยได้หรือไม่ก็พบว่ามีมูล ส่วนผบ.ตร.จะให้ช่วยราชการย้ายออกนอกพื้นที่หรือไม่อยู่ที่อำนาจผบ.ตร. พิจารณา” จตช.กล่าวและว่า เชื่อว่าตำรวจทั้ง 3 นายน่าจะทราบเรื่องนี้แล้ว ส่วนในขั้นนี้จะต้องเพิกถอนคำสั่งผู้ที่ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในกระบวนการที่ผิดปกติหรือไม่ อยู่ที่ผบ.ตร.

