เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ห้องประชุมกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(ผบก.สปพ.)นางรัชดาวรรณ ศิริไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน นายศักดิ์ชัย ค้ำชู ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ กรุงเทพมหานคร และพ.อ.ก้อง ไชยณรงค์ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก(ผอ.กนผ.สวพ.ทบ.) ร่วมกันเปิดโครงการอบรมเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมในการเเข่งรถในทาง หลักสูตร “สร้างภูมิคุ้มกัน สานฝันเด็กเเละเยาวชนไทย” รุ่นที่ 1 โดยมีเยาวชนเป็นเด็กแว้น 28 คน มาเข้าค่าย เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบูรณาการร่วมกันในการจัดหลักสูตรโดยมีผู้เเทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมกิจการเด็กและเยาวชน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตามมติที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ ที่ 22/2558 มีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมในการแข่งรถในทาง รวมทั้งให้คำแนะนำแนวทางกับผู้ปกครองในมิติใหม่ ผนวกศาสตร์การโค้ชโดยวิทยากรชั้นนำ รวมทั้งให้ความรู้ผ่านกิจกรรมหลากหลายและบุคคลต้นแบบ หวังสร้างเเรงกระตุ้นเเละแรงบันดาลใจให้เด็กเเว้นคืนสู่สังคมด้วยพลังสร้างสรรค์ เพิ่มความผูกพันในครอบครัว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน ที่ผ่านมาสถิติการร้องเรียนลดลงกว่า 50 % สถิติปัญหาเด็กเเว้น ปี 2559 ได้รับเเจ้งเหตุทั้งสิ้น 11,151 เหตุ เท่ากับรับเเจ้งกว่า30เหตุต่อคืน จากเดิมศูนย์รับเรื่องร้องเรียน191 ได้รับแจ้งเหตุเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งรถในทางสัปดาห์ละ 200 ครั้ง ขณะนี้เหลือประมาณ 10 ครั้ง นอกจากนี้ยังได้จับกุมหัวโจกที่ชักชวนให้มีการแข่งรถ 25 คน ปิดหน้าเพจเฟซบุ๊ก 34 เพจ และเข้าตรวจค้นโรงงานผลิตท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานมอก. รวมทั้งอู่ซ่อมรถรับเเต่งรถซิ่งจำนวน 41 จุด ตรวจยึดปลายท่อเเละคอท่อ จำนวน 3,252 ชิ้น ตรวจยึดท่อไอเสีย456 ชิ้น อุปกรณ์ส่วนควบ 3,681 ชิ้น และอุปกรณ์ทำท่อ 7 ชิ้น
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมการปฏิบัติการปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะประสบความสำเร็จ และต้องชื่นชมเยาวชนที่ถูกจับกุมที่มาเข้าร่วมโครงการและเข้ารับการอบรม ที่ผ่านมาเยาวชนที่มาอบรมไม่กลับมาทำความผิดซ้ำอีก เชื่อมั่นว่าเยาวชนเหล่านี้จะกลับเข้าสู่วัยเรียนวัยทำงานได้ อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหานี้จะแก้เพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ ต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หลังจากอบรมเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่จะติดตามพฤติกรรมของเยาวชนเหล่านี้ต่อไป ทั้งนี้ฝากประชาสัมพันธ์ว่าการแข่งรถในทางสาธารณะยังเป็นความผิดทางอาญาอยู่ และผู้ปกครองจะมีความผิดด้วย หากปล่อยปละละเลยบุตรหลาน

