กมธ.สตรีหารือ พม.ยื่น 3 ข้อห่วงใยร่วมแก้ปัญหาสังคม-ชี้ทบทวนแก้ไขกม.ค้าประเวณี

2.08.17 | 14:49 น.

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสตรี ในกมธ.การสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 10 คน นำโดย นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธุ์ ประธาน กมธ.กิจการสตรี เข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารพม. เพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมศัยภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและสตรี

โดยพล.ต.อ.อดุลย์กล่าวภายหลังการหารือว่า ที่ประชุมได้หารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงาน สถานการณ์ และแผนปฏิบัติงานกัน ซึ่งจากทิศทางการหารือก็เชื่อว่า จะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร สามารถดำเนินงานด้านพัฒนาสังคมได้แนบแน่นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พม.ยังได้รับฟังข้อห่วงใยและข้อเสนอจากกมธ.กิจการสตรี พร้อมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปบูรณาการแก้ไขต่อไป

ขณะที่ ดร.สุธาดา เมฆรุ่งเรือง อนุกมธ.กิจการสตรี กล่าวว่า กมธ.กิจการสตรีมี 3 เรื่องที่เป็นข้อห่วงใยนำเสนอพม. เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน คือ 1.การแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ซึ่งเราเห็นว่ามีเหตุการณ์ที่เด็กและผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ซึ่งเราก็ห่วงว่าในส่วนเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง อาจโตไปใช้ความรุนแรงไม่รู้จบ ฉะนั้นเสนอให้บังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกลไกเฝ้าระวังปัญหา อย่างเครือข่ายชุมชน ทีมสหวิชาชีพ รวมถึงการบำบัดรักษาผู้กระทำ ตลอดจนรณรงค์สังคมไม่กระทำ ยอมรับ นิ่งเฉยความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง

2.การค้าประเวณี เราพบว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการค้าประเวณีได้จริง ฉะนั้นจะต้องทบทวนและแก้ไข ที่เพิ่มเติมการกำหนดความผิดผู้มาซื้อบริการหรือผู้ทำให้เกิดการค้าประเวณี จากกฎหมายปัจจุบันไม่มี

และ 3.เรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ เรายังพบความไม่เท่าเทียมทางเพศเกิดขึ้นในทุกมิติของสังคม แม้ที่ผ่านมาจะมี พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 แต่ประชาชนก็ยังไม่รู้จักเท่าที่ควร ฉะนั้น จะต้องประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ประชาชนรู้จัก รวมถึงองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ให้คำนึงถึงมิติความเท่าเทียมทางเพศ

Advertisement

ด้าน นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวว่า หลายเรื่องที่เสนอมา สค.ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน 6 พันกว่าแห่ง ที่เป็นกลไกการเฝ้าระวังความรุนแรงในเด็กและผู้หญิง และที่อยู่ในแผนจะดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 ได้แก่ การจัดทำหลักสูตรการปรับพฤติกรรมผู้กระทำความรุนแรง การยกร่างปรับปรงพ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. … รวมถึงแผนประชาสัมภาษณ์เชิงรุกในโซเชียลมีเดีย ให้รู้จักพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศฯ