เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงร่วมกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) จัดทำภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีและเปล่งเสียงแห่งความจงรักภักดี
โดย นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ร่วมกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จัดทำภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมี ชุด “สืบสานพระราชปณิธาน” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ เรียบเรียงถ่ายทอดประวัติศาสตร์การก้าวเข้าสู่แผ่นดินแห่งพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 10 ของกรุงรัตนโกสินทร์ จากวันที่ทรงเป็นพระโอรสพระองค์น้อย ผู้ทรงได้รับการสืบทอด เลี้ยงดู และถ่ายทอดพระราชภารกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และทรงสืบสานพระราชกรณียกิจตามแบบแผนพระราชประเพณีสู่พระมหากษัตริย์ของแผ่นดิน
“ภาพประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมีชุดนี้ เป็นภาพที่หาชมได้ยาก เนื่องจากเป็นภาพพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มาจัดทำเป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้รับชมแล้วต้องรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจอย่างอย่างหาที่สุดไม่ได้” นายเสริมสกุลกล่าว
ด้าน นายนิธิ พัฒนภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการนำเสนอภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกล่าว สามารถชมผ่านช่องทางโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำนวน 111 สาขา 328 โรงภาพยนตร์ ครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ภายในงานมีแขกรับเชิญคนพิเศษ ดารา และเซเลบริตี้คนดังมาร่วม อาทิ ร.อ.หญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, คุณยุวเรต ศรุตานนท์, คุณปัทมวดี เสนาณรงค์, คุณจรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ และ วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล ขณะที่บางส่วนร่วมพูดคุยและชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ







เริ่มที่ อาจารย์พฤฒิพล ประชุมผล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย กล่าวถึงประวัติความเป็นมา 104 ปีเพลงสรรเสริญพระบารมี ว่า ย้อนเวลากลับไปสู่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านดำรงเพลงนี้ไว้เทิดพระเกียรติในฐานะของเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยเป็นทำนองของก็อดเซฟเดอะควีน (God save the Queen) พอขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือได้มีฝรั่งชาวฮอลันดาถามว่าเราไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ทำไมเราใช้ทำนองเพลงนี้ ตรงนั้นแหละครับ จึงเป็นที่มาของทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เป็นทำนองปัจจุบัน ที่ได้มีการประพันธ์ขึ้นมา
ส่วนเนื้อร้องนั้น อาจารย์พฤฒิพลกล่าวอีกว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้มีการประพันธ์เนื้อร้องประกอบมากมาย มีทั้งของกองทัพบกและอื่นๆ จวบจนวันที่ 1 มีนาคม 2456 พระบาทสมเด็จมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชนิพนธ์ปรับเปลี่ยนเนื้อร้องและเปลี่ยนคำลงท้ายเป็น ชโย จากเดิมเป็น ฉะนี้ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1456 จึงเป็นที่มาของ 104 ปี เพลงสรรเสริญพระบารมีบทร้องปัจจุบันในวันนี้ครับ
“หลังจากที่ได้รับชมภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีในวันนี้ ผมคิดว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีคือบทเพลงเดียว ที่เราจะน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ รวมถึงแผ่นดินในรัชกาลที่ 10 ด้วยนะครับ เมื่อเราน้อมรำลึกถึงพระองค์เราจะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านบทเพลงสรรเสริญพระบารมีและเราจะมีชาติต่อไปครับ” อาจารย์พฤฒิพลกล่าว
ด้าน นก-สินจัย เปล่งพานิช กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง สิ่งที่ทำได้คือ เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ยังจงรักภักดีแล้วก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม การเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกให้หลาน สั่งสอนให้เขารับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ก็คิดว่าน่าจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่จะให้ท่านได้ค่ะ สำหรับความรู้สึกที่ได้รับชมภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีนี้ ตนรู้สึกว่าไม่ว่างานอะไรต่างๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการเข้าโรงภาพยนตร์ จะมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้นมาก่อน ซึ่งก็ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจว่าเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เรารักเทิดทูนและรำลึกถึงตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่เรามีประเทศมีชาติที่มั่นคงอย่างนี้ได้ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็อยากให้ทุกคนได้ระลึกถึงคุณงามความดีต่างๆที่ทุกพระองค์ได้ทรงทำไว้ให้กับเรา”
พสกนิกรชาวไทยสามารถชื่นชมพระบารมีและถวายความจงรักภักดี ผ่านภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีชุด “สืบสานพระราชปณิธาน” ณ โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป



