วันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร มาตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาและเตรียมดำเนินการในการเคลื่อนย้ายหลังจากการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ แห่งใหม่บริเวณพื้นที่เรือนจำจังหวัดนครปฐมเดิมจะแล้วเสร็จ โดยมีนายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายวรณัฐ หนูรอด นายอำเภอเมืองนครปฐม ร่วมนำสำรวจพื้นที่
นายวีระกล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์กำลังดำเนินการกำหนดแนวทางการจัดแสดงนิทรรศการถาวรและจัดทำรายละเอียดเนื้อหาการจัดแสดง เพื่อออกแบบอาคารนิทรรศการ และประมาณการงบประมาณในการก่อสร้าง พร้อมทั้งขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ และกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่โดยสำนักสถาปัตยกรรม
นายวีระกล่าวอีกว่า จากการตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ พบว่ามีความแออัดและอึดอัด บรรยากาศอบอ้าวและร้อน จึงให้ปรับปรุงและพัฒนาระบบทำความเย็น ติดตั้งแอร์ และยกฝ้าเพดานให้สูงขึ้น เพื่อระบายอากาศ และประชาสัมพันธ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ให้ประชาชนทั่วไป เด็ก และเยาวชนเข้ามาชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ให้มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระจะมีการผลักดันให้องค์พระปฐมเจดีย์ขึ้นเป็นมรดกโลก ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเข้าข่ายมรดกโลกในเรื่องใดบ้าง ซึ่งหากองค์พระปฐมเจดีย์สามารถขึ้นเป็นมรดกโลกได้ ชาวนครปฐมจะได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวมหาศาล แต่ต้องเร่งทำความเข้าใจต่อคนพื้นที่ เพราะเกรงจะได้รับผลกระทบจากการเป็นมรดกโลกขององค์พระปฐมเจดีย์ เช่นการก่อสร้างอาคาร การเวนคืนพื้นที่บางส่วน จึงขอให้ทางจังหวัด โดยผู้ว่าฯนครปฐมประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจแก่คนนครปฐม ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์พระปฐมเจดีย์
สำหรับที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ในปัจจุบัน มีพื้นที่จำกัดทำให้ไม่สามารถขยายตัวและพัฒนาได้อย่างเต็มที่ จึงมีนโยบายที่จะย้ายไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมซึ่ง รมว.วัฒนธรรมได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าฯนครปฐมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ผลการประชุมในขั้นต้นได้พิจารณาพื้นที่ราชพัสดุแปลงเรือนจำกลางนครปฐมเดิม เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ แห่งใหม่ และที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ที่ราชพัสดุแปลงเรือนจำกลางนครปฐมเดิม เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 เห็นชอบให้กรมศิลปากรใช้ที่ราชพัสดุ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ด้านทิศใต้ของแปลงที่ดิน สำหรับพื้นที่ที่เหลือ ให้เทศบาลนครนครปฐมใช้เป็นสวนสาธารณะ

