‘ปิยะสกล’ ลงพื้นที่สกลนคร เร่งช่วยเหลือ รพ. 5 แห่ง รับผลกระทบน้ำท่วม

4.08.17 | 15:27 น.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม จ.สกลนคร ที่โรงพยาบาลพังโคน และโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร  ว่า ขณะนี้ได้กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด/ผู้อำนวยการโรงพยาบาล วางแผนการจัดบริการผู้ประสบภัยให้ครอบคลุม และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงบริการลำบาก เน้นดูแลกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขและหน่วยงานในท้องถิ่น

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า จ.สกลนครมีหน่วยบริการได้รับความเสียหายรวม 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร เปิดให้บริการได้เฉพาะผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลพังโคนและโรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณ เปิดให้บริการได้ตามปกติ ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 2 แห่ง ย้ายไปให้บริการในจุดที่ประชาชนเข้าถึงสะดวก คือรพ.สต.บ้านกลาง ให้บริการที่วัดโนนสวรรค์ และรพ.สต.โพนแพงให้บริการที่ศาลาประชาคมบ้านโพนแพง  ทั้งนี้ ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการที่ศูนย์พักพิงและครอบคลุมทุกพื้นที่ ในพื้นที่น้ำท่วมสูงได้จัดเรือท้องแบนออกให้บริการประชาชนถึงบ้าน ทั้งตรวจรักษา ให้คำปรึกษา ควบคุมป้องกันโรค การปรับปรุงสุขาภิบาลหลังน้ำลด รวมทั้งได้สำรวจจัดทำทะเบียนผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ติดต่อสอบถามอาการทุกวัน กรณีมีโรคแทรกซ้อนจะส่งทีมสหวิชาชีพดูแลช่วยเหลือถึงบ้าน โรคที่มารักษาส่วนใหญ่คือ น้ำกัดเท้า 386 คน ไข้หวัด 122 คน และให้การดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

“สำหรับระยะฟื้นฟู มีการเฝ้าระวังควบคุมและป้องกันโรคที่มาหลังน้ำลดหรือน้ำท่วมขัง เช่น ท้องเสีย ฉี่หนู รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจ และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งการจัดการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม  ปรับปรุง ฟื้นฟูเพื่อจัดบริการพื้นฐาน เช่น ล้างบ่อน้ำ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การจัดการขยะ ล้างตลาด เป็นต้น และฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์และสาธารณสุข และวางแผนออกแบบป้องกันสถานบริการในระยะยาว” นพ.ปิยะสกล กล่าว

นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า    ทั้งนี้ ในวันที่ 4 – 6 สิงหาคมนี้ ขอให้หน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนตกหนัก 30 จังหวัดในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ปฏิบัติตามมาตรการ ดังนี้ 1.ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด 2.วางแผนป้องกันน้ำท่วม เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ สำรองน้ำมัน 3.แผนการจัดบริการผู้ป่วย ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา-เวชภัณฑ์ไว้ที่ปลอดภัยและสำรองให้เพียงพอ สำรวจระบบสำรองไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟ ให้พร้อมใช้งานหากไฟดับ 4.สำรวจเส้นทางการขนย้าย เตรียมจัดบริการตรวจรักษานอกโรงพยาบาล กรณีน้ำท่วมโรงพยาบาลหรือท่วมเส้นทางเดินทางเข้าออกลำบาก

Advertisement