เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพอำเภอ (DHS) ระดับจังหวัด ในการสนับสนุนระบบปฐมภูมิและคลินิกหมอครอบครัว ปีงบประมาณ 2560 โดยมี ผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จังหวัดละ 6 คน และผู้แทนกรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมจำนวน 520 คน ซึ่งในการประชุมจะทำให้เข้าใจและทำงานระบบสุขภาพอำเภออย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบสุขภาพอำเภอ จัดเป็นระบบการทำงานด้านสุขภาพร่วมกับทุกภาคส่วน ด้วยการบูรณาการทรัพยากรภายใต้บริบทของพื้นที่ ผ่านกระบวนการจัดการความรู้ ส่งเสริมประชาชนและชุมชนให้พึ่งตนเองได้โดยเน้นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อการทำงานที่ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้การดำเนินงานพัฒนามีประสิทธิภาพมากที่สุด
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ทุกจังหวัดนำระบบสุขภาพอำเภอไปพัฒนางานด้านสาธารณสุข สอดคล้องกับการดำเนินงาน Primary Care Cluster : PCC. หรือหมอครอบครัว และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพ.สต.) ติดดาว เพื่อให้เกิดการดูแลประชาชนในพื้นที่ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลได้ทั่วถึง เข้าถึงบริการปฐมภูมิเพิ่มมากขึ้น และได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพดีขึ้น สำหรับการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพของอำเภอ ได้ใช้พื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ด้วยการทำงานอย่างมีส่วนร่วมตามแนวทาง “ประชารัฐ” เพื่อเป้าหมายคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน มียุทธศาสตร์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาของอำเภอ อาทิ การจัดประชุมระดมความคิดเพื่อกำหนดประเด็นร่วมกัน โดยทีมงานของสาธารณสุข ร่วมกับทีมงานฝ่ายปกครอง และชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคม เช่น ด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ การสร้างกิจกรรมสร้างอาชีพให้ชุมชนสามารถเลี้ยงดูตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังดูแลคนยากไร้ คนด้อยโอกาส การลดอุบัติเหตุ ขยะมูลฝอยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ฯลฯ
“กลไกการทำงานสำคัญ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอ ประกอบด้วยความร่วมมือกันของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายวิชาการ (สาธารณสุข) และภาคเอกชน ตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับพื้นที่ที่ไม่ซ้ำซ้อน ขณะนี้ทำไปแล้ว 200 อำเภอ และจะครบทุกอำเภอในปี 2561” ปลัดสธ.กล่าว


