ผกก.สน.ปทุมวันแจงแชร์ว่อน!!เลี่ยงเส้นทางช่างกลตี สนามกีฬา แยกปทุมวันไม่จริง มือที่3 ยั่วยุ

6.08.17 | 17:40 น.

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน ออกแถลงการณ์กรณีที่ทางโลกโซเชียล เผยแพร่ข่าวกรณีห้ามประชาชนเดินทางมาบริเวณห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย ว่าเรียน สื่อมวลชน กรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันและวิทยาเขตอุเทนถวายบนสกายวอร์คทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติกับศูนย์การค้าเอ็มบีเค จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนและบาดเจ็บ 1 คน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ต่อมาได้มีข่าวลือในกระแสโซเชียลมีเดีย อ้างว่า ตำรวจ สน.ปทุมวัน เตือนประชาชนให้เลี่ยงเส้นทางแถวสนามกีฬาแห่งชาติ ยันแยกปทุมวัน เพราะช่างกลกำลังจะเปิดศึกกัน นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเรียนชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.,พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6,พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน ,นายจรูญ ชูลาภ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน,ผศ.ดร.ถาวร ธีรเวชญาณ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย ได้ ร่วมประชุมหาแนวทางป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาทั้งสองสถาบัน จากการประชุมหารือ ได้กำหนดแนวทางทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นจะมีการกำหนดพื้นที่ควบคุม (เรดโซน) ได้แก่ พื้นที่ที่เคยเกิดเหตุ เช่น ลานโคคิวศูนย์การค้าเอ็มบีเค ทางเชื่อมสกายวอร์ค สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ พื้นที่ในเส้นทางการเดินทางของนักศึกษา เช่น สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สยาม พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และตำรวจหน่วยสนับสนุนอื่นๆ เฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีการรวมตัวและ การเผชิญหน้ากัน ของนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากชุมชนคอยช่วยเหลือเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

ส่วนในระยะยาวจะจัดตั้งคณะกรรมการทั้งสองสถาบันในการประชุมพุดคุยเพื่อยับยั้งและหากไม่มีเรื่องวุ่นวายจะคิดกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันได้ทำร่วมกัน พร้อมทั้งกำหนดให้นักศึกษาห้ามแต่งชุดสถาบันเวลาที่อยู่นอกรั้วสถานศึกษา มาตรการทั้งหมดนี้จะร่วมมือกันอย่างจริงจังทั้งตำรวจ สถาบันทั้งสองแห่ง ชุมชน สมาคมศิษย์เก่า เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและกระชับความสัมพันธ์ของนักศึกษาทั้งสองสถาบันให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น

สน.ปทมวัน ไม่เคยให้ข่าวหรือเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตามที่มีการแชร์กันแต่อย่างใด ในส่วนของกรณีที่มีการโพสต์เฟชบุ๊คยุยงว่าจะมีการล้างแค้นนั้น จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์ไม่ใช่นักศึกษาของทั้งสองสถาบันแต่อย่างใด คาดว่าจะเป็นมือที่สามที่ต้องการยั่วยุ จึงขอให้ทุกท่านจงมั่นใจในมาตรการการป้องกันเฝ้าระวังเหตุ รวมทั้งเสพข่าวผ่านสื่อออนไลน์อย่างมีสติ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ