วันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางแซ่หนา ชีและ อายุ 62 ปี ชาวเลผู้เป็นแม่ของนางสลวย หาญทะเล และหลานๆ รวม 4 คน ถึงกลับมึนงงและน้ำตาตกใน หลังเดินทางมาพร้อมกับลูกหลาน เพื่อพบอัยการจังหวัดสตูลตามคำเชิญพบ ที่คิดเพียงว่ามาให้ข้อมูลหลังมีข้อพิพาทกับนายทุนเรื่องที่ทำกินบนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล แล้วจู่ๆ ทางอัยการให้เดินทางไปรายงานต่อศาลจังหวัดสตูล กลับพบว่าบุตรและหลานของตนได้ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกควบคุมตัวทันทีในคดีบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น โดยหากจะประกันตัวให้นำหลักทรัพย์มายื่นในทันที ซึ่งตนก็รู้สึกมึนงง และไม่คิดว่าจะเป็นการเดินทางมามอบตัวและดำเนินคดีแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาประกันตัวลูกหลานทั้ง 4 คนออก
นางแซ่หนายอมรับว่าคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนมาประกันตัว บุตรสาวทั้งสองคน ซึ่งต้องใช้เงินสดในการประกันตัวคนละ 80,000 บาท คนละ 2 คดี ส่วนอีก 2 คนคือ นางสาวประภา สิริฮัน และนายสิชล หาญทะเล ใช้หลักทรัพย์คนละ 30,000 บาท ก็ยังนึกไม่ออกจะหันหน้าไปพึ่งใคร
การจับกุมตัวครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังศาลจังหวัดสตูล ได้รับคำฟ้องของพนักงานอัยการจังหวัดสตูล ลงวันที่ 7 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องตามคดีหมายเลขดำที่ 612 /2559 กับนางสลวย หาญทะเล อายุ 54 ปี อาชีพรับจ้าง (ชาวเล) กับพวกรวม 2 คน คือนางสาวมาชา หาญทะเล อายุ 49 ปี อาชีพรับจ้าง (ชาวเล) “ฐานความผิดร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” และยื่นฟ้องตามคดีหมายเลขดำที่ 613/2559 กับนางสลวย หาญทะเล กับพวกรวม 4 คน คือ นางสาวมาชา หาญทะเล อายุ 49 ปี, นางสาวประภา สิริฮัน อายุ 55 ปี, นายสิชล หาญทะเล อายุ 49 ปี ฐานความผิด “บุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์ทั้ง หมดหรือแต่บางส่วนหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข” โดยมีความผิดต่อกฎหมายและบทมาตราประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 362, มาตรา 364
อัยการจังหวัดได้แจ้งต่อศาลจังหวัดว่า…เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2558 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 4 ได้บังอาจได้บุกรุกเข้าไปในที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 11 หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของนางดารา อังโชติพันธุ์ ซึ่งในตอนนี้อยู่ในความครอบครองดูแลของนางสิริกัลยา มอญแก้ว ผู้เสียหาย โดยจำเลยทั้ง 4 เข้าไปปลูกสร้างบ้านพักในที่ดินแปลงดังกล่าว เพียงบางส่วน เป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ทั้งนี้ เพื่อถือการครอบครองที่ดินแต่บางส่วน และอันเป็นการเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขแล้ว เมื่อผู้เสียหายแจ้งให้จำเลยทั้ง 4 ออกไปจากพื้นที่ การที่จำเลยทั้ง 4 ไม่ยอมออกไปจากพื้นที่จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 จำเลยที่ 1-3 เข้าพบพนักงานสอบสวน และเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 จำเลยที่ 4 เข้าพบพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทั้ง 4 ทราบ และทำการสอบสวนแล้ว ชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ

