สธ.เร่งดูแลจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุน้ำท่วม พบป่วยโรคซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย 1 คน

7.08.17 | 15:55 น.

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม น.ต.นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุเซินกาว่า สถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น  โดยเฉพาะที่จ.สกลนครซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรง ท่วม 13 อำเภอ ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงและเข้าสู่ระยะการฟื้นฟู  ซึ่งยังต้องติดตามดูแลเฝ้าระวังผลกระทบทางจิตใจและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องในกลุ่มที่เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพจิตได้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต  ซึ่งมีรายงานประมาณ 12 คน  ผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยจิตเวช ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว และกลุ่มที่มีความเครียดสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย   กรมสุขภาพจิต ได้เตรียมแผนฟื้นฟูในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังน้ำลดโดยมอบหมายให้ โรงพยาบาล(รพ.)จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ ,รพ.จิตเวชเลยราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 8 จ.อุดรธานี ร่วมปฏิบัติการและสนับสนุนวิชาการให้แก่ทีมช่วยเหลือเยียวยาทางจิตใจหรือทีมเอ็มแค็ทเครือข่าย( Mental health Crisis Assessment and Treatment Team :MCATT) ในเขตสุขภาพที่ 8  ซึ่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ในเขตสุขภาพที่ 8 ได้แก่ เลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม  มีประมาณ 14 ทีม

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวอีกว่า ในการช่วยเหลือสภาพจิตใจจะใช้เครื่องมือ 2 ชนิด ได้แก่เครื่องมือประเมินคัดกรองระดับความรุนแรงความเครียด  อาการซึมเศร้า และสัญญานความเสี่ยงการฆ่าตัวตาย    และเครื่องมือเสริมพลังใจและสร้างความเข้มแข็งทางใจ เนื่องจากการเผชิญกับวิกฤต ส่งผลให้ความเข้มแข็งทางจิตใจลดน้อยลง โดยได้เริ่มดำเนินการแล้วในพื้นที่8อำเภอที่วิกฤตที่สุดก่อนได้แก่ อ.เมือง กุสุมาลย์ พรรณานิคม วานรนิวาส โพนนาแก้ว พังโคน อากาศอำนวย และอ.สว่างแดนดิน ในจ.สกลนคร ซึ่งจะมีอสม.ที่คุ้นเคยรู้จักบ้านและชุมชนดีที่สุดร่วมปฏิบัติงานด้วย โดยจะให้การดูแลรักษารายที่มีปัญหาจนกว่าอาการจะกลับมาสู่สภาวะปกติทุกคน  ส่วนพื้นที่จังหวัดนครพนม จะดำเนินการเยียวยาฟื้นฟูในระยะต่อไป

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวอีกว่า ผลการดูแลสุขภาพจิตในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาที่จ.สกลนคร  ได้ตรวจประเมินผู้ประสบภัย 765 คน เป็นผู้ใหญ่ 542 คน ที่เหลือเป็นเด็ก ในจำนวนนี้ร้อยละ 60 เป็นกลุ่มเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพจิตจำนวน 468 คน มากที่สุดคือผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังประจำตัวจำนวน 343 คน พบว่าร้อยละ 85 มีความเครียดในระดับน้อย  พบเครียดปานกลางถึงรุนแรงรวม 67 คน ในจำนวนนี้มีอาการซึมเศร้า 10 คน และมีความคิดฆ่าตัวตาย 1 คน  จิตแพทย์ได้ให้การรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง  ในส่วนของผู้สูงอายุพบว่ามีความกังวลอยู่บ้างเพราะเสียดายทรัพย์สิน แต่ปรับตัวยอมรับได้ ไม่พบปัญหานอนไม่หลับ   ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ประสบภัยอื่นๆเช่นที่นครพนม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เป็นต้น  จะเร่งดำเนินการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดเช่นกัน

 

 

Advertisement