เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ แถลงข่าวเรื่อง “วิจัย : สูบบุหรี่ในบ้าน มหันตภัยสารพิษสู่ลูกน้อย” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ มูลนิธิเพื่อนหญิง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลรามาธิบดี มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และภาคีเครือข่าย ว่า ควันบุหรี่เมื่อถูกหายใจเข้าสู่ปอด สารพิษในควันบุหรี่จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งจะไหลเวียนไปยังทุกอวัยวะของร่างกายในเวลาอันรวดเร็ว สารพิษซึ่งรวมสารก่อมะเร็งยังผ่านรกไปถึงทารกในครรภ์ได้ สารพิษเหล่านี้บางส่วนจะถูกทำลายโดยตับ ที่เหลือจะถูกขจัดออกทางปัสสาวะ การที่สารพิษและสารก่อมะเร็ง ถูกพาไปสัมผัสกับทุกอวัยวะ เป็นเหตุให้หลอดเลือดเสื่อม เกิดโรคกับอวัยวะทั่วร่างกาย รวมถึงมะเร็ง 12 ชนิด

พญ.ปองทอง ปูรานิธี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงการตรวจปัสสาวะเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 ขวบ ที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่จำนวน 75 ครอบครัว พบว่า 57 รายหรือร้อยละ 76 ตรวจพบสารพิษจากควันบุหรี่ (โคตินิน) ในระดับซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก โดยพบว่าเด็กที่อาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และแฟลต มีสารพิษในปัสสาวะสูงกว่าเด็กในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ถึงสองเท่าตัว
พญ.นัยนา ณีศะนันท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า การสำรวจผู้ปกครองที่พาเด็กมาตรวจรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2559 จำนวน 1,022 ครอบครัว โดยร้อยละ 96 ของเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่บ้าน พบว่าร้อยละ 45.6 หรือ 456 ครอบครัวมีสมาชิกที่สูบบุหรี่ ในจำนวนนี้ 101 ครอบครัวหรือร้อยละ 21.5 สูบในบ้าน โดยส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย พบว่าเด็กที่อาศัยในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่เป็นหวัดเจ็บคอบ่อย 268 คน เทียบกับ 205 คนในบ้านที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ และมีอาการหอบเหนื่อยต้องพ่นยา 96 คน ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่ เทียบกับ 53 คนในบ้านที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ เด็กที่อาศัยในบ้านที่มีผู้สูบบุหรี่ เกิดการเจ็บป่วยมากกว่าเด็กในบ้านที่ไม่มีการสูบบุหรี่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลการสำรวจในวัยรุ่นไทย 1,000 คน พบว่า วัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ห้ามสูบบุหรี่ทุกพื้นที่ สูบบุหรี่ 15.7% ที่อาศัยในบ้านที่ห้ามสูบบุหรี่เพียงบางพื้นที่สูบบุหรี่ 31.4% และที่อาศัยในบ้านที่สูบบุหรี่ได้ทุกพื้นที่ มีอัตราการสูบบุหรี่เท่ากับ 51.8% ขณะที่รายงานจากองค์การอนามัยโลก พบว่า วัยรุ่นที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน มีโอกาสติดบุหรี่เพิ่มขึ้น 1.4 ถึง 2.1 เท่า เมื่อเทียบกับวัยรุ่นที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน


