สุวพันธุ์ ควงผู้บริหารยธ.ลงพื้นที่สุรินทร์ เผย กม.ยอดฮิตขอปรึกษาปัญหามรดก-ที่ดิน-หนี้

9.08.17 | 15:45 น.

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายธวัชชัย ไทยเขียว นายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)นายกอบเกียรติ กสิิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายวัลลภ นาคบัว ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม นายกอบเกียรติ กสิิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่เยี่ยมการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมทั้งประชุมขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ

นายสุวพันธุ์เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดกับประชาชนทุกคนในสังคมตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนทุกระดับ ทุกพื้นที่ ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกับชุมชน ในรูปแบบ “ยุติธรรมชุมชน” ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ทั้งการให้บริการประชาชนของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม

Advertisement

นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนและบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพัฒนาเครือข่ายยุติธรรมชุมชนให้มีศักยภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชน โดยในปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์มีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 172 ศูนย์ และได้มีการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการเพื่อดำเนินการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง ทั้งนี้ ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พบว่า มีประชาชนผู้เสียหายที่ยื่นขอรับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559 เทียบกับสัดส่วนประชากร 1 แสนคน พบว่า จังหวัดสุรินทร์มีผู้มายื่นขอใช้บริการมากที่สุด คิดเป็น 21 ราย ส่วนใหญ่เป็นการขอรับค่าตอบแทนในคดีความผิดต่อชีวิตมากที่สุด ขณะที่คดีความผิดเกี่ยวกับเพศจังหวัดสุรินทร์มีผู้มาขอใช้บริการมากที่สุด คิดเป็น 5 ราย


นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ส่วนการขอใช้บริการของกองทุนยุติธรรมและคลินิกยุติธรรม พบว่าจังหวัดสุรินทร์ มีผู้มาขอใช้บริการมากที่สุด คิดเป็น 29 รายต่อประชากร 1 แสนคน โดยกรมคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย โดยพบว่าในภาพรวมระยะ 3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวน 8,748 ราย การรับเรื่องราวร้องทุกข์ จำนวน 1,959 ราย รวมเป็น 10,707 ราย โดยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์มีประชาชนมาขอรับบริการคำปรึกษาทางกฎหมายสูงสุดในเรื่องมรดก ที่ดิน เอกเทศสัญญา หนี้สินและเรื่องครอบครัว

“การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียหายยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือและเยียวยา จำนวน 3,827 ราย จำเลย จำนวน 142 ราย รวม 3,969 ราย พิจารณาจ่าย 2,525 ราย รวมเป็นเงิน 20,535,090 บาท สำหรับจังหวัดสุรินทร์ พบว่ามีผู้เสียหายยื่นคำขอ รวม 592 ราย พิจารณาจ่าย 380 ราย รวมเป็นเงิน 16,305,090 บาท โดยมีสถิติคดีอาญาสูงสุด 3 อันดับแรก คือ คดีจราจร ความเสียหายจากถูกทำร้ายร่างกายและคดีทางเพศ” นายสุวพันธุ์กล่าว

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ยังมีการส่งเสริมการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทโดยภาคประชาชน มีผลการดำเนินงานที่สำเร็จ เป็นรูปธรรมที่สามารถลดปริมาณคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกระแสหลักได้ เช่น ไกล่เกลี่ยเรื่องการบุกรุกที่ดินสาธารณะและการถือครองที่ทำกิน เรื่องมรดก ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีสถิติดำเนินการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ เรื่องกระทำละเมิดผู้อื่น อุบัติเหตุ กู้ยืมเงิน ทะเลาะวิวาท และขัดแย้งเรื่องที่ดิน

“จากการดำเนินงานในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง พบว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ยังขาดความรู้กฎหมายพื้นฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน รวมทั้งขาดความรู้เกี่ยวกับช่องทางการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ” รมว.ยุติธรรมกล่าว