ดีเอสไอรวบ 4 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้าประเวณีหลอก ‘สาวโมร็อกโก’ ค้ากามผับดังย่านสุขุมวิท

10.08.17 | 14:46 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ แถลงข่าว กรณีมูลนิธิพิทักษ์สตรี (AAT)นำข้อมูลหญิงชาวโมร็อกโกขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกหลอกลวงมาบังคับค้าประเวณี มีการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ และยึดหนังสือเดินทางไว้ ณ สถานบันเทิง ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยนานาเหนือ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ โดย พ.ต.ท.คมวิชช์ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบว่ามีผู้กระทำความผิดเป็นชาวซูดาน สัญชาติออสเตรเลีย, ชาวซีเรีย และชาวโมร็อกโก ร่วมกับคนไทยกระทำความผิด อีกทั้ง พบว่าย่านการค้าบริเวณสุขุมวิทมีการเปิดสถานบริการลักลอบค้าประเวณีให้กับกลุ่มชาวตะวันออกเป็นจำนวนมาก กระทั่งต่อมา ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย คือ 1.นายไมเคิล หรือ ไมเคิล เพิร์ล (Mr.Michael Pearl) 2.นายก๊อดซาน หรือ จาร์สิน วาคีย์ (Mr.Ghassan Wakej) อายุ 36 ปี 3.นายฉลาด หรือ ชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 62 ปี 4.นายอารีย์ หรือ ชยากร เอี่ยมสารี อายุ 45 ปี และหญิงชาวโมร็อกโกอีกจำนวน 1 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุม และเมื่อที่ 8 สิงหาคม ได้จับกุม นายไมเคิล ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ และในวันเดียวกัน ชุดจับกุมสามารถจับกุม นายจาร์สิน ผู้ต้องหาสำคัญอีกรายได้สำเร็จ และได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายกลับมาควบคุมเพื่อทำการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา โดยได้พาตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวไปนำตรวจค้นที่ห้องพักในโรงแรมซีนิท พบของกลางที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อีกหลายรายการ

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ต่อมาในวันนี้ 10 สิงหาคม นายฉลาด หรือชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 62 ปี และนายอารีย์ หรือ ชยากร เอี่ยมสารี อายุ 45 ปี ได้เดินทางมามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนพตัวทั้ง 4 คนไปฝากต่อศาลอาญา และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเชื่อว่าหากปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาจะหลบหนี ทั้งนี้ จะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติดังกล่าว พร้อมทั้งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงหญิงชาวต่างชาติมาบังคับค้าประเวณีในประเทศไทยต่อไป

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายและให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์ โดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยได้รับการยกระดับเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าและมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีการกระทำละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ และสร้างความเหลื่อมล้ำต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยที่ผ่านมาประเทศไทยประสบกับปัญหาการค้ามนุษย์ที่มีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น โดยได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างสังคมและระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ดีเอสไอจึงได้ดำเนินการปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง

Advertisement