วันที่ 8 มีนาคม สถานการณ์แล้งในภาคอีสานยังคงรุนแรงต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนและการผลิตประปาที่เริ่มไม่เพียงพอ โดยนายสุคนธ์ ศรีนา ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอธาตุพนม เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งเริ่มคุกคามขยายวงกว้างต่อเนื่องในขณะนี้ โดยเฉพาะแม่น้ำโขงระดับลดลงอย่างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 2-3 เมตร ทำให้แม่น้ำโขงบางจุดเกิดหาดทรายเป็นปริมาณกว้าง ช่วงกลางแม่น้ำโขงเป็นระยะทางยาวนับกิโลเมตร เช่นเดียวกันกับพื้นที่แม่น้ำโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้มีหาดทรายโผล่กลางแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่กว้าง ทำให้ไปขวางทางน้ำบริเวณจุดสูบน้ำโขง มีระดับน้ำตื้นเขิน ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคสาขา อ.ธาตุพนม ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบนำรถขุดไปขุดเปิดทางน้ำ มายังจุดสูบน้ำดิบขึ้นสู่กระบวนการผลิต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการผลิตน้ำประปา รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว เพื่อสำรองน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอ มี อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก และ อ.นาแก รวมประมาณกว่า 10,000 ครัวเรือน
นายสุคนธ์กล่าวว่า จากสถิติการใช้ได้ประมาณเดือนละ 1.5 แสนลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งยังเหลือระยะเวลายาวอีกหลายเดือน อีกทั้งได้มีการวางแผนเสนอของบประมาณในการพัฒนาย้ายจุดสูบน้ำแหล่งใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาระดับน้ำโขงแห้งเร็วในระยะยาว โดยการประปาส่วนภูมิภาคได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาวางระบบสูบน้ำเข้าสู่กระบวนการผลิตแห่งใหม่ เป้าหมายจะแล้วเสร็จกลางปี 2559

นายสุคนธ์ได้กล่าวยืนยันว่า แม้ในช่วงหน้าแล้งปีนี้ ถึงจะมีปัญหาภัยแล้งจนมีแนวโน้มส่งผลกระทบรุนแรง แต่เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำการผลิตน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนได้ไม่ขาดแคลน ซึ่งจะมีการเสริมกำลังการผลิตต่อเนื่อง พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด เนื่องจากฤดูแล้งยังยืดเยื้ออีกหลายเดือน หรือหากพบเห็นท่อแตกชำรุด ให้ประสานงานมายังสำนักงานการประปาทันที หรือหากมีปัญหาขาดแคลนน้ำ สามารถติดต่อรับบริการขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบบริการทุกด้าน สามารถติดต่อสอบถามหรือแจ้งปัญหาการใช้น้ำได้ที่ สำนักงานการประปา สาขา อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดอุบลราชธานี นายอุทัย เกษมทาง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมกับทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 นำรถบรรทุกน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค ไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านตามหมู่บ้าน และเติมถังน้ำกลางตามวัด และโรงเรียนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากบ่อน้ำตามธรรมชาติที่ใช้ผลิตประปามีสภาพตื้นเขินทำให้ผลิตน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ หลังต้องเผชิญกับปัญหาที่แล้งอย่างหนัก

นายอุทัยกล่าวว่า ในขณะนี้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งหลายหมู่บ้าน เทศบาลตำบลเมืองศรีไค จึงร่วมกับทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 นำรถบรรทุกน้ำออกไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านที่ขาดแคลนน้ำ รวมถึงนำน้ำไปเติมใส่ถังกลางตามวัด และโรงเรียนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

