ศาลปกครองสูงสุดเลิกทุเลา “ที พี เค เอทานอล”ขอระงับ”คำสั่งชี้ขาดคุณสมบัติข้าว-ขายข้าวที่ไม่ใช่การบริโภคของคน”

11.08.17 | 17:32 น.

เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 11 สิงหาคม ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำสั่งในคดีที่บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ยื่นฟ้อง คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ,คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ,คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ เเละกรมการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 โดยสำนวนหมายเลขดำ ที่ 1030/2560 ขอให้เพิกถอนประกาศคำสั่งเรื่องการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เเละคำสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเสนอซื้อข้าวสารในสต๊อกของรัฐเเละให้ทำสัญญาซื้อข้าวกับผู้ฟ้อง และสำนวนที่ 1031/2560 ขอให้เพิกถอนคำสั่งการพิจารณาจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ในการประกวดราคาครั้งที่ 1/2560 และครั้งที่ 2/2560

ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาคำสั่งทางปกครองของกรมการค้าต่างประเทศไปทั้งสองสำนวน ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-4 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุด

โดยศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า การออกคำสั่งของกรมการค้าต่างประเทศที่ให้บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ขาดคุณสมบัติ และไม่ให้เข้าร่วมประกวดราคาครั้งที่ 1/2560 และครั้งที่ 2/2560 นั้น ไม่มีผลโดยตรงทำให้ธุรกิจของผู้ฟ้องคดีต้องหยุดชะงัก เพียงเเต่อาจขาดผลกำไรซึ่งผู้ฟ้องคดีอาจใช้สิทธิเรียกร้องให้รับผิดชอบชดใช้ได้ การให้คำสั่งดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจึงไม่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายเเรงที่ยากเเก่การเยียวยาเเก้ไขในภายหลัง ได้ทำตามที่บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด อ้างต่อศาลปกครองกลาง ทั้งยังมีวัตถุดิบอื่นที่สามารถใช้ผลิตเอทานอลแทนข้าวกรณียังไม่เข้าระเบียบเงื่อนไขของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ข้อ 72 วรรคสาม ระบุว่า ในกรณีที่ศาลเห็นว่ากฎหรือคำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนั้น น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการให้กฏหรือคำสั่งทางปกครองดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง ทั้งการทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้นไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐแก่บริการสาธารณะ ศาลมีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งได้ เเต่กรณีนี้จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขเเห่งการที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งทุเลาจึงไม่ครบถ้วนที่ศาลจะมีอำนาจสั่งทุเลาได้

เมื่อพิจารณาจากประเด็นเเรกเเล้วกรณีการขอทุเลาคำสั่งต่อศาลปกครอง ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งการพิจารณาจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภค ของคนนั้น จึงเป็นคำขอดังที่เกินขอบเขตของความเดือดร้อนที่บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ได้รับ ศาลปกครองกลางจึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งทุเลาชั่วคราวได้

คำสั่งทุเลาของศาลปกครองกลาง ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย จึงกลับคำสั่งศาลปกครองกลางให้ยกคำขอของบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ทั้ง 2 กรณี

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ กรมการค้าต่างประเทศ จัดการประมูลข้าวในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1 เมื่อเดือน เมษายน2560 และครั้งที่ 2 เมื่อเดือน มิถุนายน2560 โดยบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ผ่านคุณสมบัติ และได้ประมูลข้าวครั้งที่ 1 แต่ไม่ได้ข้าวมาใช้ ต่อมาบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ได้ประมูลข้าวครั้งที่ 2 แต่กรมการค้าต่างประเทศเห็นว่า บริษัทนี้ขาดคุณสมบัติ จึงระงับการจำหน่ายข้าวให้

โดยเหตุผลของกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า มีกรรมการรายหนึ่งของบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด เคยเป็นกรรมการในบริษัทเอกชน 2 แห่ง ที่เคยผิดสัญญากับกรมการค้าต่างประเทศ กรณีการซื้อขายมันสำปะหลังเมื่อปี 2536/37 และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ชดใช้เงินเมื่อปี 2552 แต่บริษัทเอกชน 2 แห่งดังกล่าวยังไม่ชดใช้