เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 มีนาคม ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษานครราชสีมา ได้เตรียมจัดกิจกรรมชมสุริยุปราคา ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์ขึ้นในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (9 มีนาคม) โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป โดยเจ้าหน้าที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯเตรียมอุปกรณ์ชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา ประกอบด้วย กล้องดูพระอาทิตย์ 1 ตัว กล้องโทรทัศน์ติดฟิลเตอร์ 1 ตัว และกล้องพีวีซี 4 ตัว ไปติดตั้งให้ประชาชนได้ร่วมชมปรากฏการณ์ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมแว่นตาดูดวงอาทิตย์จำนวน 500 ชุด ไว้แจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางไปชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย
สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคา หรือ สุริยคราส เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน โดยมีดวงจันทร์อยู่กลางระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก เงาของดวงจันทร์ จะทอดยาวมายังโลก ทำให้คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่ง หรือบางแห่งเห็นดวงอาทิตย์มืดหมดทั้งดวง โดยในเช้าวันพรุ่งนี้ 9 มีนาคม โดยสำหรับจังหวัดนครราชสีมา พระอาทิตย์จะขึ้นในเวลา 06.23 น. และเริ่มปรากฏการณ์สุริยุปราคาในเวลา 06.41 น. เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์มากที่สุดในเวลา 07.35 น. และสิ้นสุดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในเวลา 08.34 น.

ทั้งนี้ ทางหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษานครราชสีมาเป็น 1 ใน 5 แห่ง ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้จัดกิจกรรมชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา ประกอบด้วย หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษานครราชสีมา, สวนเบญจกิตติ กรุงเทพมหานคร, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา และลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา สงขลา
ขณะที่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดยะลา นางดวงแก้ว อัลภาชน์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ทางศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดยะลา ก็จะมีการเตรียมการในการดูสุริยคราสในวันพรุ่งนี้ ที่จะมีการเตรียมกล้องโทรทัศน์ ที่ใช้ดูดวงอาทิตย์โดยตรง ที่มีความพิเศษคือจะมีฟิลเตอร์ที่หน้ากล้อง เพื่อกรองแสงดวงอาทิตย์ ที่มีพลังมหาศาลที่อาจจะทำให้ดวงตาเสียได้ นอกจากนั้นก็จะมีการเตรียมแว่นตา ที่ใช้สำหรับการดูดวงอาทิตย์ ที่สามารถกรองแสง ทำให้ดวงตาไม่ได้รับอันตราย รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มนักเรียน และผู้ที่สนใจรับทราบ ส่วนสถานที่ที่จะใช้ดูนั้น เนื่องจากเวลาที่เกิดสุริยคราสเป็นเวลา 06.20 น. ซึ่งยังอยู่ในช่วงเช้า จึงได้มีการคุยกันว่าจะใช้สถานที่ใด ที่สามารถให้ประชาชนที่สนใจสามารถดูได้ชัดเจน โดยคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขาหัวล้าน ภายในศูนย์ทดลองยางยะลา ซึ่งมีพื้นที่สูงและน่าจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด
“ในการดูรอบนี้จังหวัดยะลา จะสามารถมองเห็นสุริยคราสถึง 69% ซึ่งมากกว่าในหลายจังหวัด โดยผู้ที่สนใจก็จะต้องเตรียมแว่นตาที่ใช้เพื่อการดูดวงอาทิตย์เท่านั้น หรืออาจจะมองผ่านฟิล์มเอกซเรย์ เพื่อเป็นการป้องกันดวงตาด้วย” นางดวงแก้วกล่าว

