โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก หรือมะเร็งตับและทางเดินน้ำดี ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่า…อุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพราะวิถีชีวิตของคนแต่ละภาคไม่เหมือนกัน ภาคอีสาน มีการกินปลาน้ำจืดดิบๆ มาก ก็จะพบโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ภาคเหนือมีปัญหาหมอกควันเป็นประจำ และมีอัตราการสูบบุหรี่สูง ทำให้มีอัตราเกิดมะเร็งปอดสูง

ล่าสุด นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งในภาคใต้ และการบริการรักษา รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีจนนับเป็นศูนย์มะเร็งอันดับต้นๆ ของทางภาคใต้อีกแห่ง

นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผอ.รพ.มะเร็งสุราษฎร์ธานี บอกว่า ข้อมูลช่วงปี 2554-2558 ภาคใต้ 14 จังหวัดพบอัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกสูงที่สุด คือ 15.8 ต่อแสนประชากร แต่เมื่อเทียบกับอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยระดับประเทศซึ่งอยู่ที่ 14.4 ต่อแสนประชากร ก็ถือว่าไม่ได้สูงกว่าภาคอื่นๆ มากนัก แต่หากพิจารณาเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีประชากรจำนวน 1,040,230 คน พบอุบัติการณ์เกิดโรคมะเร็งสูงสุด 3 อันดับแรก แบ่งเป็นเพศชาย คือ มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ ส่วนเพศหญิงคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ โดยอัตราการเสียชีวิตภาพรวมของผู้ป่วยโรคมะเร็งในสุราษฎร์ธานีอยู่ที่ 4,063 คน
“ภาคใต้มีมะเร็งอีกชนิดที่อุบัติการณ์สูงกว่าภาคอื่นๆ คือ มะเร็งช่องปาก พบ 7.5 ต่อแสนประชากร สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่อยู่ 4.35 ต่อแสนประชากร และมะเร็งหลอดอาหาร อยู่ที่ 4.6 ต่อแสนประชากร ขณะที่ค่าเฉลี่ยระดับประเทศอยู่ที่ 2.25 ต่อแสนประชากร ” นพ.สุกิจกล่าว

พญ.นิธิมา ศรีเกตุ รอง ผอ.ด้านวิชาการและการแพทย์ รพ.มะเร็งสุราษฎร์ธานี อธิบายว่า สาเหตุที่ภาคใต้พบผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและมะเร็งหลอดอาหารสูงกว่าภาคอื่นๆ นอกจากเคี้ยวหมาก ยังมาจากการสูบบุหรี่และการดื่มน้ำหวานเมา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการดื่มของคนภาคใต้ พฤติกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะพบในผู้สูงอายุ ซึ่งหากปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตรงนี้ได้ คนรุ่นใหม่ๆ ก็จะเกิดโรคมะเร็งในส่วนนี้น้อยลง ซึ่งโรงพยาบาลก็พยายามดำเนินการรณรงค์อยู่เช่นกัน ทั้งในเรื่องของการลดการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา น้ำหวานเมา เป็นต้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา ส่วนมะเร็งชนิดอื่นๆ จะเน้นการคัดกรองเพื่อให้พบตั้งแต่ระยะแรกๆ และเข้าสู่กระบวนการรักษาที่รวดเร็ว เพราะมีโอกาสหายสูง เช่น การคัดกรองมะเร็งเต้านม มีการให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการตรวจ ส่งผลให้พบมะเร็งเต้านมในระยะแรกเพิ่มมากขึ้น หรือการให้ความรู้สถานีอนามัยในการตรวจแปบสเมียร์คัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ถูกต้อง และมีการจัดส่งรถโมบายคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
รพ.มะเร็งสุราษฎร์ธานี ยังพัฒนาศักยภาพการบริการรักษา จนเรียกได้ว่ามีศักยภาพทัดเทียมกับกลุ่มโรงเรียนแพทย์ในการดูแลรักษาโรคมะเร็ง เพราะมีทั้งบุคลากรที่มีความรู้ และเครื่องมือในการรักษาที่ทันสมัย ทั้งการใช้เครื่องฉายรังสีโคบอลต์ และเครื่องเร่งอนุภาค หรือลิแนค (Linac) รวมไปถึงการใช้น้ำแร่ในการรักษามะเร็งไทรอยด์ เป็นต้น

ล่าสุดยังอยู่ระหว่างจัดซื้อเครื่องเร่งอนุภาคเพิ่มอีก 1 ตัว ราคา 75 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องเร่งอนุภาคสามารถตรวจสอบตำแหน่งของก้อนมะเร็งได้ทั้งร่างกาย และกำหนดการกระจายรังสีแบบเฉพาะจุดได้อีกด้วย
เป็นความหวังการรักษาของคนในพื้นที่ได้อีกทาง..

