เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส และประธานกลุ่มภารกิจงานสาขาเขตและการมีส่วนร่วม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารและเจ้าหน้าจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กรมบัญชีกลาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และ สปสช. ได้ร่วมอบรมข้อมูลบูรณาการด้านหลักประกันสุขภาพ ครั้งที่ 3 ตามแผนบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง 3 กองทุน ทั้งการดูแลผู้ป่วยตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (Universal Coverage for Emergency Patients: UCEP) รวมถึงการสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงการรับการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ซึ่งศูนย์ประสานงานของทั้ง 3 กองทุน และ สพฉ.ต้องมีการสื่อสารที่ตรงกัน
“นอกจากนี้ ยังมีงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วย เพราะเฉพาะกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขณะนี้มีค่าใช้จ่ายสูงถึงกว่า 7 พันล้านบาท และคาดว่าจะขยับถึง 1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี ดังนั้นจึงต้องเร่งทำงานเชิงป้องกันเพื่อลดอัตราผู้ป่วยรายใหม่ เช่นเดียวกับการดำเนินงานระบบดูแลระยะยาวในผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง และการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในระยะสุดท้ายของชีวิต” นพ.รัฐพล กล่าวและว่า ล่าสุด สปสช.มีนโยบายให้กลุ่มคนไร้บ้านเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล เพราะเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่มีปัญหาการถึงสิทธิ การดำเนินงานเรื่องนี้จะส่งผลต่อผู้มีสิทธิทุกระบบ เนื่องจากคนไร้บ้านมีต้นเหตุหลายปัจจัย เช่น หนีออกจากบ้าน ผู้สูงอายุป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่เป็นคนไทย และที่น่ากังวลคือ ในกลุ่มนี้ร้อยละ 70 ป่วยเป็นโรคจิตเวชที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคม ดังนั้นจำเป็นต้องให้คนเหล่านี้เข้าถึงการรักษา ซึ่งในอนาคตอาจต้องจัดตั้งกองทุนเฉพาะเพื่อดูแล

