หน้าแรก ในประเทศ แล้งหนัก! ตร....

แล้งหนัก! ตร.นาอิน ไร้น้ำอาบต้องขอปันชาวบ้าน ภารโรงขนน้ำเข้าโรงพักทุกเช้าเติมส้วมบริการปชช.

8.03.16 | 15:20 น.
วันที่ 8 มีนาคม มีความคืบหน้าจากกรณที่เกิดภาวะแล้งหนัก ทำให้ครอบครัวตำรวจสภ.สภ.นาอิน ต.นาอิน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ที่พักอาศัยในบริเวณโรงพักต้องเผชิญภาวะขาดน้ำ ทำให้ตำรวจบางนายต้องอาบ้ำแบบวันเว้นวันนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิษณะ คณะใน อายุ 43 ปี นักการภารโรง สภ.นาอิน ต.นาอิน  นำรถยนต์ส่วนตัวพร้อมถังน้ำขนาด 200 ลิตร จำนวน 5 ถัง ไปขอสูบน้ำจากบ้านเรือนประชาชน เพื่อนำมาเติมถังเก็บน้ำในห้องน้ำห้องส้วม สภ.นาอิน หลังจากน้ำในห้องน้ำบน สภ.นาอิน แห้ง เนื่องจากให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการใช้ โดยทำเช่นนี้ทุกวันนานกว่าเดือนเศษแล้ว 1 วันจะนำน้ำมาเติมในห้องน้ำ 3 เวลาคือ เช้า กลางวัน และเย็น บางวันก็แทบไม่เพียงพอ เมื่อเสร็จแล้วก็จะนำน้ำไปเติมถังน้ำให้กับตำรวจ สภ.นาอิน ที่ร้องขอมา
“ทำหน้าที่นักการภารโรงมา 23 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เลยมาก่อน ปีนี้ต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า โดยทุกเช้าจะต้องนำรถยนต์ส่วนตัวออกไปขอน้ำจากประชาชน ช่วยค่ากระแสไฟฟ้าสูบถัง 200 ลิตร ราคา 10 บาท ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงสารวัตรใหญ่ (สวญ.) นาอิน เป็นผู้สนับสนุนให้ ยอมรับว่า สภ.นาอิน ไม่มีบ่อน้ำเพื่อสูบขึ้นมาใช้เอง ต้องอาศัยน้ำจากบ่อของชาวบ้านที่อยู่รอบๆ โรงพัก หรือห่างออกไปหลายกิโลเมตร หากรอน้ำประปาก็คงไม่ได้อาบน้ำ เพราะน้ำประปาจะไหลก็ราว 22.00 น. ซึ่งเป็นเวลานอนกันแล้ว จึงต้องช่วยเหลือตัวเองเช่นนี้” นายพิษณะกล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า ตำรวจ สภ.นาอิน นายหนึ่ง กล่าวว่า ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาต้องประหยัดน้ำให้มากที่สุด เพราะน้ำประปาไม่ไหล จึงต้องขอให้นักการภารโรง สภ.นาอิน ที่ไปขอน้ำจากประชาชนแบ่งมาเก็บไว้ในห้องน้ำห้องพักบ้าง ส่วนใหญ่น้ำที่ได้รับการช่วยเหลือนำมาใช้เพื่อล้างผัก ล้างจาน ซักผ้า และชำระภารกิจส่วนตัวในห้องส้วม ส่วนน้ำที่อาบหากมีน้ำเหลือก็จะอาบน้ำก่อนนอนจะราดน้ำพอให้ยาสระผมสบู่ที่ฟอกไปออกจากร่างกาย อาบได้เพียงรอบเดียวไม่สามารถอาบรอบ 2 ได้ก็ต้องเช็ดตัว ช่วงเช้าหากมีน้ำเหลือจากช่วงเย็น หรือหาน้ำประปาไหลเพียงพอก็ได้อาบน้ำก่อนทำงาน หากไม่เหลือก็ล้างหน้าแปรงฟันเท่านั้น ดีที่การแต่งเครื่องแบบกลางวันก็แต่งครึ่งท่อนเพราะอากาศร้อน ประชาชนก็เห็นใจไม่มองว่าแต่งกายไม่เหมาะสม
พ.ต.ท.จีระพงศ์ ชุมภูอินทร์ สวญ. สภ.นาอิน กล่าวว่า น้ำประปาที่ใช้ในโรงพักก็อาศัยใช้กับประชาชน แต่ขณะนี้ก็เริ่มไหลบ้างไม่ไหลบ้างแล้ว ตำรวจต้องเอาถังน้ำใส่หลังรถไปขอน้ำจากบ่อน้ำตื้นชาวบ้านมาใช้ ส่วนน้ำที่ใช้บนโรงพักเพื่อให้บริการประชาชนก็ให้นักการภารโรงนำถังไปบ่อจากบ่อน้ำตื่นของชาวบ้านที่ยังพอมีใช้อยู่บ้าง ชาวบ้านหลายคนขุดบ่อน้ำตื่นเองกลับพบว่า น้ำที่ออกมาจากใต้ดินเป็นน้ำเค็มไม่สามารถนำมาใช้อะไรได้ก็ต้องกลบบ่อไป งบประมาณของโรงพักที่จำมาซื้อถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ก็แทบไม่มี สิ่งที่อยากได้มากคือ ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ หรือสระเก็บน้ำที่ใช้สำหรับได้นานหลายเดือน
“ต.นาอิน และ ต.นายาง เป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งหนักสุดของ จ.อุตรดิตถ์ พื้นที่อยู่ห่างไกลความเจริญ อยู่เขตติดต่อกับ จ.พิษณุโลก ประชาชนส่วนใหญ่สามารถทำนาได้เพียงปีละครั้งซึ่งต้องรอน้ำทำนาจากฝนตกเพียงอย่างเดียว อาชีพของประชาชนส่วนใหญ่จึงทำการปศุสัตว์และรับจ้าง ส่วนการช่วยเหลือภัยแล้งทั้งจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาอิน นั้น หน่วยทหาร และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาอิน นำรถบรรทุกน้ำไปบรรทุกน้ำจากในเมืองอุตรดิตถ์มาให้การช่วยเหลือ บางครั้งหากช่วยเหลือไม่ทันชาวบ้านและตำรวจก็ช่วยเหลือตัวเองดังกล่าว” พ.ต.ท.จีระพงศ์กล่าว
พ.ต.ท.จีระพงศ์กล่าวอีกว่า การออกมาพูดเช่นนี้ไม่ได้ต้องการทำลายภาพพจน์ของตำรวจ สภ.นาอิน หรือตำรวจทั้งประเทศว่า ไม่อาบน้ำแล้วไปปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าความเดือดร้อนและความทุกข์ยากของตำรวจและประชาชนที่ ต.นาอินนั้น สาหัสและยากแค้นเพียงใด เป็นเรื่องที่ควรจะต้องให้การดูแลและช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เพราะน้ำคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต แม้จะขาดน้ำแต่ชาวนาอินก็ไม่ได้แย่งชิงน้ำกัน เพราะทุกคนเข้าใจว่าต่างก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน ความรักสามัคคีและการร่วมมือกันระหว่างตำรวจ ท้องถิ่น และชุมชน จึงทำให้เกิดเรื่องดีๆ ใน ต.นาอิน