เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงานร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ…. กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า เดิมทีทางสภาองค์การลูกจ้างฯและเครือข่ายต่างๆ ได้เคยยื่นชื่อ 12,000 ชื่อในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นี้ตั้งแต่รัฐบาลก่อน กระทั่งมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยื่นมานาน แต่ก็ยังไม่ได้ จึงได้จัดทำเป็นข้อเรียกร้องวันแรงงาน กระทั่งกระทรวงแรงงานตั้งคณะกรรมการขึ้น โดยมีทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับของทางเครือข่ายเป็นตุ๊กตาในการยกร่างขึ้นมา ในที่สุดก็ผ่านมติ ครม. ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่เห็นความสำคัญและร่วมผลักดันกฎหมายนี้
“แม้จะผ่านความเห็นชอบของ ครม. แต่กฎหมายยังไม่ได้ประกาศใช้ โดยขั้นตอนเมื่อ ครม.เห็นชอบแล้ว ต้องส่งให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจสอบก่อนจะนำเข้า ครม.อีกครั้ง และเสนอเข้าไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ซึ่งก็จะมีนายจ้าง ผู้ใช้แรงงาน กระทรวงแรงงานมาร่วมกัน ประเด็นนี้น่าติดตาม คือ กังวลว่าจะมีการต่อรองในส่วนกรณีนายจ้างเลิกจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไปได้ค่าชดเชย 400 วัน รวมทั้งกรณีลากิจได้ค่าจ้าง 3 วัน ซึ่งต้องติดตามว่าจะต่อรองให้น้อยลงหรือไม่ เพราะเดิมคนทำงาน 10 ปีขึ้นไปจะได้ค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง 300 วัน ซึ่งถือว่าน้อยเกินไป ดังนั้น จึงขอให้ลูกจ้างช่วยกันจับตามองประเด็นดังกล่าว” นายมนัสกล่าว
อนึ่ง สำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ประเด็นที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่ผู้ใช้แรงงานเสนอนั้น อาทิ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 41 โดยกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อตรวจรักษาสุขภาพก่อนคลอดบุตร เพิ่มเติมนอกเหนือจากลาเพื่อคลอดบุตร เพิ่มมาตรา 55/1 โดยกำหนดให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 3 วัน แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 59 โดยกำหนดให้จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงในวันลาเพื่อตรวจรักษาสุขภาพก่อนคลอดบุตร และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 118 โดยกำหนดอัตราค่าชดเชยกรณีนายจ้างเลิกจ้างสำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป เป็นต้น

