แม่ถือกรอบรูป”น้องพลอย”ถึงกองปราบ ดักเจอ”อดีตส.อ.”ฆ่าเผาลูกสาว กับคำถามคาใจ”ทำไมถึงเลือดเย็นนัก”

16.08.17 | 15:36 น.

กรณีนางพัชร ปั้นทอง อายุ 51 ปี มารดาน.ส.พลอยนรินทร์ หรือพลอย ผลิผล อายุ 25 ปี เข้าแจ้งความที่สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ลูกสาวถูกนายพลกฤต หรือเอส วิเศษ อายุ29 ปี อดีตแฟนหนุ่มและอดีตทหารยศ ส.อ. สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี อุ้มตัวขึ้นรถเก๋งหายไปตั้งแต่วันที่21พฤษภาคม2557 ตลอดเวลากว่า3ปี คดีไม่มีความคืบหน้า ตำรวจอ้างว่านายพลกฤตหลบหนีไม่ทราบที่อยู่ กระทั่งนางพัชรีเข้าร้องเรียนสำนักนายกรัฐมนตรี และส่งเรื่องให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ดำเนินการ นำกำลังไล่ล่ากดดันจนนายพลกฤตยอมมอบตัวกับทหาร พร้อมสารภาพว่า ฆ่าน้อยพลอยไปแล้วเมื่อ3ปีก่อน นำศพไปเผาทิ้งในป่าเขากะบุด ริมถนนสายแสลงพัน-แก่งคอย หมู่ 2 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สอดคล้องกับคดีพบโครงกระดูกผู้หญิงถูกฆ่าเผาเมื่อปลายปี 2557

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่16สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางพัชรี มารดาของน.ส.พลอยนรินทร์ หรือน้องพลอย พร้อม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความ เดินทางมาที่บก.ป.เพื่อรอพบนายพลกฤต หลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่ทหาร จะควบคุมตัวนายพลกฤต มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะ เดินทางมารับมอบตัว นายพลกฤต โดยนางพัชรี ได้ถือกรอบรูปบุตรสาวพร้อมผ้าพันคอสีแดงเอาไว้ตลอดเวลา

นางพัชรี กล่าวว่า เหตุที่ห้อยผ้าพันคอผืนนี้เพราะเป็นสิ่งที่บุตรสาวทำให้กับตนก่อนจะพรากจากกัน น้องพลอยจะทำแต่สิ่งดีๆให้ เขาทำผ้าพันคอเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้ตน อยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบุตรสาว และอยากเห็นหน้าคนที่กระทำกับบุตรสาวอย่างเลือดเย็น ถ้าได้พบนายพลกฤต ก็มีหลายสิ่งที่อยากจะพูดกับเขา คำถามแรกเลยคงจะถามว่า ทำไมถึงเลือดเย็นนัก ฆ่าน้องพลอยตั้งแต่วันแรก รู้อยู่แล้วแต่กลับโทรศัพท์มาหาตนถามว่าน้องพลอยอยู่ที่ไหน นายพลกฤตเป็นคนเลือดเย็นมากหลังจากก่อเหตุยังไปทำศัลยกรรมใบหน้า แต่จริงๆแล้วเขาน่าจะทำศัลยกรรมจิตใจมากกว่า เพราะจิตใจสกปรก ตนคิดว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ต่ำกว่าเขาแล้ว

Advertisement

นางพัชรี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้สมัยที่นายพลกฤตยังเป็นทหาร มีทั้งหน้าที่การงาน มีความรู้ น่าจะใช้หน้าที่การงานและความรู้ให้เป็นประโยชน์ไม่ใช่มาทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยบอกว่ารักมาก ที่ผ่านมานายพลกฤต ไม่ได้ทุกข์ร้อนเหมือนกับตนเลย แต่เขากลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับครอบครัวใหม่ โดยปล่อยให้ตนต้องรอคอยอย่างยาวนาน เสียดายเครื่องแบบที่เขาสวมใส่ที่น่าจะใช้ปกป้องประชาชน

“ที่ผ่านมาแม่ก็ติดต่อกับเขา หลังเกิดเหตุ2วัน หลังจากน้องพลอยหายตัวไป เขาโทรศัพท์มา ขณะที่เขาติดต่อหาแม่เขายังทำงานอยู่ แต่เขาฆ่าน้องแล้ว3ปีกว่า วันนี้แม่พาน้องมาให้ดูคนที่บอกว่ารักนักรักหนา เรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถอโหสิกรรมให้ได้ เป็นใครยกโทษให้ได้หรือไม่ มันกระทันหันมาก แม่จะไม่ให้เขาไปกราบขอขมาน้อง แต่ให้เป็นบาปติดตัวไปตลอดชีวิต” นางพัชรี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

นางพัชรี กล่าวอีกว่า นายพลกฤตต้องมากราบเท้าขอขมาตน แต่ก็ไม่ให้อภัยกับสิ่งที่นายพลกฤต กระทำลงไป คิดว่าน้องพลอยคงต้องการแบบนั้น ที่ผ่านมานายพลกฤต ให้การอย่างไรบ้างตนไม่ทราบ แต่คนเลือดเย็นแบบนี้คิดได้ขนาดนี้ใครจะเชื่อคำพูดเขา คนหนึ่งคน ยาง4เส้น และสถานที่ซึ่งลงมือก่อเหตุ มันลำบากยากเย็นหรือไม่ เขาน่าจะทำคนเดียวได้หรือไม่

“นายพลกฤต อ้างว่าน้องพลอย กระโดดลงจากรถเอง ทั้งๆที่รถมีระบบล็อกประตู แต่ถ้าน้องพลอยจะกระโดดจริงอย่างที่เขาว่า แม่ก็เชื่อ เพราะน้องพลอยเหมือนแม่ คือเป็นคนสู้คน ไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนตัวแล้วไม่ทราบว่าเขาทรมานน้องพลอยด้วยหรือไม่ แต่ที่แน่ชัดก็น่าจะใช้มือบีบคอ เพราะที่ผ่านมาเพื่อนน้องพลอย เคยบอกว่าเวลาที่ทั้ง2คนทะเลาะกัน นายพลกฤต จะชอบบีบคอลูกสาว”นางพัชรี กล่าวและว่า บุตรสาวเป็นคนดีเพียงแต่มาเจอกับคนเลว คนใจดำอำมหิตเท่านั้น และสำหรับคนที่ช่วยเหลือนายพลกฤตมาตลอดระยะเวลา3ปี ต้องถือว่าเป็นคนที่ไร้มนุษยธรรม รู้ว่านายพลกฤต กระทำความผิด ยังช่วยปกป้อง แต่ตนเชื่อว่าเขาหนีเวรกรรมไปไม่พ้น ในใจเขาต้องรู้ว่าเกิดอะไร ตนเชื่อว่าความยุติธรรมต้องมีจริง ตำรวจจะช่วยตนได้

นางพัชรี กล่าวด้วยว่า ประมาณเดือนกว่าหลังเกิดเหตุ ตนฝันว่าน้องพลอยจมน้ำ แล้วยกแขนร้องขอให้แม่ช่วย แม่ก็สะดุ้งตื่น แล้วรู้ทันทีว่าน้องอยากกลับบ้าน พอไปดูที่เกิดเหตุวันนั้น มันก็มีน้ำจริงๆ ครั้งแรกที่น้องเสีย น้องก็มาบอก มากราบเท้าแม่ ฝากกราบเท้าพ่อ บอกว่าน้องอยู่ไกล มาไม่ได้ แต่คิดถึง แล้วทุกอย่างก็เป็นเรื่องจริง น้องอยู่ไกลมาไม่ได้ นี่คือเรื่องจริง

นางพัชรี กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้มีคนคอยติดตามตนและครอบครัว พวกตนอยู่ในที่สว่าง แต่เขาอยู่ในที่มืด ก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ทุกวันนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขารู้ความเคลื่อนไหวของตน แต่ตนไม่เคยรู้ว่าเขาทำอะไร อยู่ที่ไหน กรณีภาพวงจรปิดหน้าโรงงานที่บุตรสาวทำงานในวันเกิดเหตุ ว่าเห็นบุคคลที่อยู่ตรงนั้นอีก2-3คน มาพร้อมกับรถคันหนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนที่นายพลกฤต จะมาพาตัวบุตรสาวไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มารอพบหน้านายพลกฤต นั้น นางพัชรีได้วางกรอบรูปแล้วจุดธูปที่เตรียมมา ก่อนจะร่ำไห้บอกกล่าวกับบุตรสาวว่า วันนี้ตนมาเรียกร้องความเป็นธรรมคืนให้กับบุตรสาว