วงเสวนา’ปฏิรูปตำรวจ’ ชูปลอดการเมือง ‘สุเทพ’แนะตั้งตำรวจประจำจังหวัด ตำแหน่งสูงสุดผบช.จังหวัด แก้ปัญหาวิ่งเต้น

8.03.16 | 15:41 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มีนาคม ที่ห้องออดิทอเรียม อาคารดิจิทัล มัลติมีเดีย คอมเพล็กซ์ (ตึก 15) มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม วิทยารัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดเสวนา เรื่อง การปฏิรูปตำรวจ โดยมี นายศุภกร ปุญญฤทธิ์ อาจารย์ประจำสถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นางฟองสนาน จามรจันทร์ นักจัดรายการวิทยุและสื่อมวลชนอิสระ และ พ.ต.ท.กฤษณพงศ์ พูตระกูล อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการตำรวจ ร่วมเสวนา โดยวงเสวนาตั้งประเด็นไว้ 2 ประเด็นคือ 1.เหตุผลในการปฏิรูปตำรวจ และ 2.แนวทางในการปฏิรูปตำรวจ


สัมมนา2

โดยนายอุดม กล่าวว่า ตำรวจในสายตาของประชาชน คือผู้ช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อน ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่วัดจากตำรวจ หากตำรวจยังมีปัญหาประเทศคงจะไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะนี้ตำรวจถูกมองเป็นกองทัพที่ 4 ขณะที่บางคนมองเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย(รปภ.) ปัญหาคือ ทำอย่างไรตำรวจจะไม่เป็นทหาร ทำอย่างไรให้ตำรวจใกล้ชิดกับประชาชน ทำอย่างไรไม่ให้ตำรวจเกี่ยวข้องกับการเมือง ดังนั้นจึงต้องมีการปฏิรูปตำรวจ หากปฏิรูปไม่สำเร็จรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหมาย

ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า ขอออกตัวว่าตนมาในฐานะกระบอกเสียงของประชาชน ไม่ได้มาเพื่อหาเสียงเพราะไม่ใช่การสมัครเลือกตั้ง สำหรับปัญหาของตำรวจแบ่งเป็น 3 ข้อ คือ 1. ปัญหาตำรวจกับประเทศ ต้องให้ประเทศเพิ่มงบประมาณให้กับผู้รักษากฎหมายอย่างเที่ยงตรง รูปแบบโครงสร้างตำรวจในปัจจุบันไม่อำนวยต่อการทำหน้าที่ของตำรวจ การปฏิรูปตำรวจต้องเริ่มจากตำรวจต้องปฏิรูปใจเสียก่อน

Advertisement

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า 2.ปัญหาตำรวจกับประชาชน ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน ต้องปฏิบัติด้วยความเสมอภาค ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง กระบวนการยุติธรรมทุกอย่างเริ่มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ 3.ปัญหาตำรวจกับตำรวจ ตนทำงานอยู่ในวงการนักการเมืองมา 36 ปี เชื่อว่าตำรวจส่วนมากมีอุดมการณ์แต่ตำรวจเหล่านั้นไม่ได้มีชีวิตในการทำงานที่ดี เงินตอบแทนตำรวจต่ำกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ประเทศเราเป็นประเทศที่ให้ตำรวจหาเงินเอง คิดแต่จะใช้งานเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ต้องการ ผู้ที่เป็นคนดูแลเรื่องดังกล่าวควรปรับเปลี่ยนเงินค่าตอบแทนให้เพียงพอ ยอมรับว่าในยุคที่ตนเป็นรัฐบาลเป็นเรื่องที่ทำได้ยากแต่ในยุคของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สามารถทำได้

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนของการปฏิรูปตำรวจนั้น ในปัจจุบันศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ยังเป็นปัญหาอยู่ ในพระราชบัญญัติตำรวจกำหนดไว้ว่า ในการที่จะแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ต้องคำนึงถึงความอาวุโส ประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ ความรู้ ความสามารถ มีที่ไหนยังใช้อยู่หรือไม่ น่าอนาถมากที่ในปัจจุบันการจะเป็นผกก.หรือตำแหน่งอื่นในระดับสูง หากไม่มีใบสั่งก็ไม่สามารถเป็นได้ หรือหากไม่เป็นที่รู้จักของผู้มีอำนาจจากส่วนกลาง ตำรวจนายนั้นไม่มีโอกาสได้เลื่อนยศหรือตำแหน่ง ตำรวจต้องไม่ยอมระบบนี้อีกต่อไป คือระบบที่มีอำนาจแต่งตั้งจากส่วนกลาง ต้องให้ตำรวจทำงานอย่างอิสระเพราะหากขาดความเป็นอิสระแล้ว ไม่มีทางที่จะทำงานให้เกิดความยุติธรรมได้ จะต้องปฏิรูปตำรวจเพื่อประเทศ เพื่อประชาชน เพื่อการทำงานของตำรวจเอง ต้องปลอดจากผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมือง ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ตั้งแต่เห็นมามี 2 กลุ่มที่เป็นนักวิ่งที่เก่งที่สุด คือ ตำรวจกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ประชาชนต้องการให้มีการกระจายอำนาจ ควรให้มีตำรวจประจำที่อยู่จังหวัดนั้นไปเลยตำแหน่งสูงสุดคือเป็นผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดนั้นจะได้ไม่เกิดการวิ่งเต้นขึ้น อีกทั้งควรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีเงินเดือนที่พอเหมาะไม่ใช่มาจำกัดอยู่ที่ยศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนคือตำรวจที่ทำงานหนักที่สุด ดังนั้นเมื่อคิดที่จะปฏิรูปแล้ว จะต้องปรับทั้งโครงสร้างทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายุคของ คสช.สามารถปฏิรูปตำรวจไทยได้

นางฟองสนาน กล่าวว่า อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่น่าสงสารเงินเดือนค่อนข้างน้อย ขณะที่ปลายทางของกระบวนการยุติธรรมกลับมีเงินเดือนเยอะ ดังนั้นควรให้ตำรวจมีเงินเดือนเท่ากับผู้พิพากษา อย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่ตำรวจและกรมป่าไม้เท่านั้นที่เป็นนักวิ่ง นักข่าวเองก็ได้รับการติดต่อจากตำรวจว่าพอรู้จักกับผู้ใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลบ้าง เพื่อที่จะหาช่องทางในการเลื่อนขั้น สิ่งที่อยากเสนอคือควรมีนักจิตวิทยาเข้าไปเป็นตำรวจ เพื่อที่จะไปพูดคุยทำความเข้าใจเพราะการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเครียดสูง ควรกำหนดว่ากี่เดือนถึงควรเข้าพบจิตแพทย์ ทั้งนี้ควรลดอำนาจส่วนกลางลง ควรกระจายอำนาจไปตามจังหวัดต่างๆ และตรวจสอบได้

ด้านพ.ต.ท.กฤษณพงศ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง ปัจจุบันนายกรัฐมนตรียังคงเป็นประธานตั้ง ผบ.ตร. และประธานบริหารงานตำรวจซึ่งประเทศอื่นไม่มีระบบแบบนี้แล้ว อาทิ ประเทศไอร์แลนด์ ประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษ หากปฏิรูปตำรวจได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้ ตำรวจควรมีความเป็นมืออาชีพ ปลูกฝังให้มีจริยธรรม ควรจัดฝึกอบรมสม่ำเสมอ เพิ่มงบประมาณในการจัดอบรม ตำรวจควรมีส่วนร่วมกับประชาชน และสุดท้ายตำรวจควรมีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์และด้านเทคโนโลยี

ทั้งนี้ หลังการเสวนา นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ที่ พ.ต.ท.กฤษณพงศ์ ทำรายงานศึกษาวิจัยการปฏิรูปตำรวจของต่างประเทศนั้นดีมาก อยากจะให้เผยแพร่ ทั้งนี้รู้สึกยินดีมากที่ได้คำยืนยันจากนายอุดม ที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะบรรจุเรื่องการปฏิรูปตำรวจให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ ถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันทำ ทันทีที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ ก่อนจะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป ต้องทำกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปตำรวจ เป็นหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดนี้ จึงบอกในที่ประชุมว่า หากรัฐธรรมนูญเขียนแบบนี้แสดงว่การปฏิรูปตำรวจต้องเสร็จสิ้นภายในรัฐบาลของ คสช.เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากบอกว่าอนาคตตำรวจจะปลอดการแทรกแซงจากการเมือง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่ผ่านมาไม่เคยทำได้เลย นายสุเทพ กล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจตามที่ประชาชนเรียกร้องคือ ตำรวจต้องเป็นผู้รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้เป็นกลาง โดยเฉพาะเป็นกลางทางการเมือง ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมือง หรือนักธุรกิจคนรวยผู้มีอิทธิพลใดๆทั้งสิ้น เรื่องเหล่านี้เป็นเสียงเรียกร้อง เพราะฉะนั้นการแก้ไขเพื่อการปฏิรูปตำรวจคราวนี้ต้องทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายนี้ เราจะไม่พูดถึงเรื่องที่ผ่านมา เราจะพูดถึงวันข้างหน้า ที่ผ่านมาคือบทเรียน ทุกคนได้เห็นกันแล้ว และตำรวจเองรู้แล้วว่าหากขัดขวางการปฏิรูปตำรวจ ผลเสียจะเกิดขึ้นกับตำรวจเอง ภาพพจน์ของตำรวจจะตกต่ำลงไปเรื่อยๆ วันนี้ตำรวจอาจได้ยินเป็นครั้งแรกว่ามีคนเรียกร้องให้จ่ายค่าตอบแทนสวัสดิการตำรวจให้คุ้มกับการทำหน้าที่ของผู้ที่ผดุงความยุติธรรมเบื้องต้น ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ตำรวจจะได้ยิน ให้รู้ว่าสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจนั้น ไม่ใช่ผลประโยชน์ของใครแต่เป็นของประเทศชาติส่วนรวม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิรูปตำรวจจะทำอย่างไรให้ไม่มีการแทรกแซงจากการเมืองได้ เพราะนายกรัฐมนตรีก็ยังคงเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)อยู่ นายสุเทพ กล่าวว่า หากกฎหมายใหม่ออกมาว่ากระจายอำนาจในการบริหารกิจการตำรวจ แทนที่จะรวมศูนย์อยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ประธาน คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ประธานก.ตร.) ก.ต.ช.ยกเลิกไป นักการเมืองจะไม่ได้เข้ามา มันอยู่ที่กฎหมาย หากเขียนกฎหมายไว้ว่า คณะกรรมการตำรวจประกอบด้วยบุคคลที่ไม่ใช่นักการเมือง จะไม่มีนักการเมือง ส่วนกระบวนการตรวจสอบไม่ให้มีนักการเมืองเข้ามานั้น วันนี้ในที่ประชุมมีการเรียกร้องให้มีองค์กรที่ตรวจสอบการทำงานของตำรวจที่มาจากประชาชนและเรียกร้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตอบแทนให้คะแนนสำหรับตำรวจดีๆ เพื่อโอกาสในการเลื่อนชั้นยศ ข้อเสนอนี้ไม่ได้เป็นข้อเสนอใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องมาตลอดว่าต้องการเห็นตำรวจเป็นตำรวจของประชาชน ไม่ใช่ตำรวจของนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หรือรัฐบาล