คุมผู้ต้องหาฆ่าน้องพลอยทำแผน ด้านพ่อแม่ประกาศไม่อโหสิกรรม เผยไว้ใจเพราะเป็นทหาร

17.08.17 | 14:39 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี รวมถึงตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษอีกกว่า 50 นาย และตำรวจท้องที่กว่า 50 นาย ได้คุมตัว ส.อ.พลกฤต วิเศษ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในคดีฆ่าเผานั่งยางน้องพลอย หรือนางสาว พลอยนรินทร์ ผลิผล ซึ่งรับสารภาพว่าก่อเหตุในค่ำวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 โดยจุดแรกจอดรถเก๋งนิสสัน รุ่นเซลฟี่ สีดำ ทะเบียน 2 กย-2118 กรุงเทพฯ รอในปั้มน้ำมัน ปตท. เพื่อรอเวลาน้องพลอยเลิกงาน จาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (ซีพีเอฟ) จำกัด ถนนท่าเรือ-ท่าลาน หมู่ 7 ตำบลจำปา อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากนั้นย้ายรถเก๋งมาจอดรอที่ปากซอยท่าเรือ-ท่าลาน 9 เขตตำบลจำปา หรือฝั่งตรงข้ามโรงงาน และอ้างว่าเพื่อมารอน้องพลอยที่กำลังปั่นจักรยานกลับบ้านในซอยดังกล่าว จากนั้นอ้างอีกว่าไม่ได้บังคับด้วยกำลังหรืออาวุธ แต่ได้ให้น้องพลอยขึ้นรถเก๋งไปตรงเบาะหลังและนำจักรยานใส่เบาะหลังไปด้วย จากนั้นรีบขับรถออกจากอำเภอท่าเรือ

ในขณะที่มีประชาชนมารอดูการทำแผนจำนวนมาก และตลอดช่วงการทำแผนมีเสียงตะโกนสาปแช่งตลอดเวลา และสิ่งหนึ่งที่พบคือไทยมุ่งส่วนมากนำกล้องมือถือมาถ่าย และไลฟ์สด กันเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสื่อมวลชน ทำงานด้วยความยากลำบาก

Advertisement

อย่างไรก็ตาม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นายวิชา ผลิผล และ นางพัชรี ปั้นทอง ผู้เป็นพ่อและแม่ของน้องพลอยได้มาดูการทำแผน และได้ขอพูดคุยกับผู้ต้องหาที่อยู่ในรถตู้ตำรวจ โดยตำรวจได้ให้เวลาไม่นานในการพูดคุย จากนั้น นางพัชรี ซึ่งเป็นแม่ เปิดเผยว่า ไม่ขออโหสิกรรมให้ผู้ต้องหา ถึงแม้จะยกมือขออโหสิกรรม และเรียกร้องให้รับโทษถึงประหารชีวิต เพราะพฤติกรรมโหดร้าย มีชีวิตต่อไปก็เป็นภัยกับทุกคน

ขณะที่นายวิชา ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า ผมได้ถามเขาหลายคำถาม เขาไม่ตอบอะไรเลย ได้แต่นั่งเงียบ และได้บอกว่าเขาไปว่า ที่ผ่านมาตอนคบลูกสาวพวกตนเองนั้น ไว้ใจเพราะเห็นว่าเป็นทหาร และพวกตนเองคงไม่อโหสิกรรมให้ ส่วนสีหน้าของเขานั้น มองดูเข้าใจว่าเขาเริ่มสำนึกผิด