นักดาราศาสตร์เตือนดูสุริยคราส ไม่เท่าทันอาจตาบอด ชี้คนไทยจะเห็นสุริยะคราสเต็มดวงต้องรออีก54ปี
นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิตย์ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านดาราศาสตร์ไทยกล่าวว่า”จากที่จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเหนือฟ้าเมืองไทยในวันที่ 9 มี.ค.59 นี้ จะเป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวงสามารถเห็นเต็มดวงในบริเวณประเทศอินโดนิเซีย และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ ส่วนประเทศไทยเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” สามารถเห็นได้ทุกภูมิภาคของประเทศในเวลาแตกต่างกัน
โดยสามารถชมได้ตั้งแต่เวลา06.20 น. จนถึง 08.40 น. ที่กรุงเทพฯดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่สัมผัสที่ 1 เวลา ประมาณ 06.38 น.และสิ้นสุดในเวลาประมาณ08.32
แต่ละภูมิภาค จะมองเห็นคราสการบังไม่เท่ากัน ร้อยละการบังขึ้นอยู่กับระยะทางที่ผู้สังเกตอยู่ห่างจากแนวคราสเต็มดวง
ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทยครั้งนี้ ดวงอาทิตย์ จะถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ69
สำหรับสุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทย 5 ครั้งถัดไป สามารถชมได้ดังนี้ วันที่ 26ธ.ค.62, วันที่ 21 มิ.ย.63,วันที่20เม.ย.66,วันที่2 ส.ค.70 และ วันที่ 22 ก.ค.71″นายวรวิทย์กล่าว
และกล่าวต่อไปว่า “คนไทยเราต้องรออีก 54 ปี จึงจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ในประเทศไทย ในวันที่ 11 เม.ย.2613 โดยแนวคราสเต็มดวงจะพาดผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง”
“อนึ่ง เนื่องจากการชมสุริยปราคา นั้นหากไม่มีความรู้อาจส่งผลให้ตาบอดได้ มีวิธีการสังเกตปรากฏการณ์อย่างปลอดภัย อาทิ ห้ามมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า,ห้ามสังเกตผ่านอุปกรณ์ที่ไม่ทึบแสงพอ เช่น กระดาษลูกอม,ห้ามสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์และกล้องสองตาที่ไม่มีฟิลเตอร์กรองแสง”
“และที่อันตราย คือ ห้ามบันทึกภาพดวงอาทิตย์ด้วยกล้องดิติทัล กล้องโทรศัพท์มือถือ หรือกล้องถ่ายภาพ DSlDที่ติดเลนที่มีกำลังขยายสูง เนื่องจากเลนของกล้องต่าง ๆ เหล่านี้มีคุณสมบัติในการรวมแสงและความร้อน การมองภาพที่ส่องมาจากเลนส์ไปยังดวงอาทิตย์โดยตรง ภาพของดวงอาทิตย์ที่ได้จากอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีความสว่างจ้ามาก อาจทำให้สูญเสียความสามารถในการมองเห็นอย่างถาวรทันที”
“วิธีการสังเกตดวงอาทิตโดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ วิธีที่ 1 การสังเกตดวงอาทิตย์ทางตรง ไม่ควรใช้ฟิล์มเอกซเรย์ ฟิล์มถ่ายรูปใช้แล้ว แผ่นซีดี แว่นกัแดด กระตกรมควัน แผ่นฟิล์มกรองแสงสีดำ ที่ใช้ติดกระจกรถยนต์ แม้จะมีสีดำสนิทก็ตาม แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยต่อสายตา การสังเกตดวงอาทิตย์ทางตรง จึงต้องมีอุปกรณ์กรองแสงที่มีคุณภาพ สำหรัยกรอวแสงอาทิตย์โดนเฉพาะ อาทิ กล้องโทรทรรศน์ติดแผ่นกรองแสง,แว่รกรองแสงแบบกระจกเคลือบโลหะ,แว่นดูดวงอาทิตย์ที่ทำจากแผ่นแบล็คพอลิเมอร์ หรือ กระจกแผ่นกรองแสงสำหรับหน้ากากเชื่อมโลหะเบอร์14 หรือมากกว่า เมื่อนำมาใช้จะเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีเขียว”
“โดยการสังเกต ไม่ควรจ้องดวงอาทิตย์นานเกิน5 วินาทีต่อครั้ง และควรหยุดพักเป็นระยะ ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย”
“วิธีที่ 2 เป็นการดูเงาของแสงอาทิตย์ ผ่านฉากรับภาพหรือใช้หลักการของกล้องรูเข็ม”
“การสังเกตดวงอาทิตย์ทางอ้อม เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยไม่เกิดอันตรายต่อดวงตา และช่วยให้สามารถดูปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ทีละหลายคน อาทิ การฉายภาพดวงอาทิตย์จากโซลาร์สโคป,การประดิษฐ์กล้องรูเข็ม โดยการเจาะรูบนวัสดุทึบแสง และให้แสงดวงอาทิตย์ลอดผ่านรูที่เจาะไว้ตกลงบนฉากรับ หรือ สังเกตจากแสงที่ลอดผ่านใบไม้ โดยเงาของดวงอาทิตย์ตกบนพื้นหริอกำแพง”นายวรวิทย์กล่าวในที่สุด

