ดีเอสไอเผยขบวนการเข้ารถหรู ทำรัฐขาดภ. 4,313 ล. ล่าสุดลัมโบกีนี 136 คันเลี่ยงภ. 2,473 ล. เร่งเช็คบิลบ.อิมปอร์ต

18.08.17 | 12:41 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผบ.สำนักคดีภาษีและอากร ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการดำเนินการปราบปรามขบวนการนำรถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร และสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง รวมทั้งขบวนการทำรถจดประกอบผิดกฎหมาย

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า รอบแรกกรมศุลกากรได้ส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดขาดภาษีอากร มาให้จำนวน 32 คัน ซึ่งขาดภาษีไป 673 ล้านบาท ต่อมาทางกรมศุลกากรได้จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติม 91 คัน พบว่ามีมูลค่าภาษีอากรขาด รวมประมาณ 1,165 ล้านบาท พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกกลุ่มผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาจำนวน 2 กลุ่มบริษัท ผู้ต้องหารวมจำนวน 16 คน ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

“ล่าสุดกรมศุลกากรได้จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังดีเอสไอเพิ่มเติมอีก136 คัน พบว่ามีมูลค่าภาษีอากรขาดรวมประมาณ 2,473 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสรุปว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง เพื่อส่งอัยการออกหมายเรียกต่อไป ซึ่งมีทั้งกลุ่มบริษัทน้ำเข้ารถยนต์และตัวบุคคล รวมแล้ว 16 ราย โดยรวมขณะนี้ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว 32 ราย”พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม รวมจำนวนรถยนต์ที่ทางกรมศุลกากรได้จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งสิ้น 259 คัน รวมแล้ว 3 ครั้งคิดเป็นมูลค่าภาษีอากรขาดทั้งสิ้น 4,313 ล้านบาท

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า รถยนต์ที่ขาดการเสียภาษีทั้ง 136คันที่กรมศุลกากรส่งข้อมูลมาให้ล่าสุดนั้น ส่วนใหญเป็นรถยี่ห้อลัมโบกีนี ซึ่งขาดการเสียภาษีมูลค่าตั้งแต่ 10-33ล้านบาท โดยเป็นราคาที่ทางกรมศุลลากรได้ประเมินไว้ ทั้งนี้หากบุคคลใดนำเข้ารถผิดกฎหมายหรือบริษัทใดเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีทุกบริษัทโดยไม่ละเว้น ส่วนประชาชนที่ซื้อรถแล้วตกเป็นผู้เสียหาย ดีเอสไอจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการนำเข้าแทน

Advertisement