พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อโซเชี่ยลออนไลน์ กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อนายนรพันธ์ ศรีวิเชียร ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม สน.คันนายาวใช้ปืนจ่อหัวยัดยาเสพติด และทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เวลาประมาณ 02.00 น. ที่คอนโดถนอมมิตรปาร์ค ซอยวัชรพล นั้น ขอเรียนชี้แจงว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.ชนินทร์ ม้าแก้ว รอง สวป.สน.คันนายาว หัวหน้าชุดจู่โจมพร้อมกำลังได้รับแจ้งจากสายลับมีการลักลอบขายยาเสพติด จึงวางแผนเข้าจับกุม เมื่อถึงเวลาเกิดเหตุ นายนรพันธ์ ผู้ร้องเรียน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน๊อคเต็มใบมาตรงจุดเกิดเหตุ และมาเจอผู้หญิงซึ่งลงมาจากคอนโดถนอมมิตร ซึ่งมีท่าทางพิรุธน่าสงสัยประกอบกับมีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้งมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่นายนรพันธ์ มีท่าทีขัดขืน และจะหลบหนีพร้อมกับล้วงในกระเป๋ากางเกงข้างขวาเจ้าหน้าที่เกรงว่าข้างในจะมีอาวุธ จึงเข้าชาร์ตและใส่กุญแจมือพร้อมกับผู้หญิงดังกล่าว แต่นายนรพันธ์ ก็มียังมีท่าทีขัดขืน ร้องเอะอะโวยวาย ทำให้นายนรพันธ์ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือ จนมีผู้คนแถวนั้นมาดู
ต่อมามีผู้ชายซึ่งแจ้งว่าเป็นสามีของหญิงดังกล่าวได้พูดกับนายนรพันธ์ว่า “มึงมาหาเมียกูทำไม” และจะตรงเข้ามาทำร้าย ชุดจู่โจมได้ห้ามไว้ และได้ตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงปรากฏว่าพบถุงยางอนามัย สาเหตุที่นายนรพันธ์ขัดขืนและร้องเอะอะโวยวาย น่าจะเข้าใจว่าชุดจู่โจมเป็นกลุ่มของสามีของหญิงดังกล่าวและจะทำร้ายตนเอง หลังจากนั้นได้พามาตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดแต่ไม่พบ จึงได้ขอโทษนายนรพันธ์ และยินดีที่จะช่วยเหลือค่าทำแผลเพื่อมนุษยธรรมเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท แต่นายนรพันธ์ ไม่ได้รับไว้ และทราบภายหลังว่าไปลงข่าวในเฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ สน.คันนายาว ได้มีคำสั่งที่ 162/2560 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2560 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าวแล้ว และ ได้มีคำสั่งที่ 163/2560 ลงวันที่18 สิงหาคม 2560 ให้ ร.ต.อ.ชนินทร์ไปปฏิบัติหน้าที่ งานธุรการป้องกันปราบปราม จนกว่าการสืบสวนข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้น
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้เน้นย้ำเรื่องยุทธวิธีตำรวจ ในการเข้าตรวจค้น จับกุม และการควบคุมตัว ให้ปฏิบัติตามหลักกฎหมายและระเบียบวีธีการปฏิบัติ มาโดยตลอด

