‘จ่านิว’รับข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. เหตุยังเคลื่อนไหว เจอกลุ่มต้านหน้าโรงพัก ตร.รีบสกัด

8.03.16 | 17:56 น.

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 มีนาคม ที่ สน.ปทุมวัน นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 24 ปี พร้อมนายอานนท์ นำภา อายุ 31 ปี ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยตัวบุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 15 ทวิ อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 40/2557 เนื่องจากนายสิรวิชญ์ผิดเงื่อนไขที่เซ็น MOU ไว้กับ คสช.เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2557 โดยในวันดังกล่าวนายสิรวิชญ์ได้ทำกิจกรรมกินแซนด์วิชที่สยามพารากอน ก่อนจะถูกควบคุมตัวและเซ็น MOU ว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก แต่แล้ววันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 นายสิรวิญช์และพวกรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เลือกตั้งที่ (รัก) ลัก ที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ก่อนถูกจับกุมพร้อมพวกอีก 3 คน ประกอบด้วยนายอานนท์ นำภา อายุ 31 ปี นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ อายุ 46 ปี และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ อายุ 37 ปี ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 7/2557 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน การรวมตัวทำกิจกรรมวันดังกล่าวถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงถือเป็นการผิดเงื่อนไข MOU ที่ตกลงกับ คสช.ไว้

จ่านิว2

ด้านนายสิรวิชญ์เปิดเผยว่า ได้รับติดต่อจากตำรวจว่าถูกแจ้งข้อหาเพิ่มว่าผิดเงื่อนไข MOU กับ คสช.ว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง ยอมรับว่างงมาก เนื่องจากวันที่ 22 มิถุนายน 2557 มีหลายคนที่เซ็นข้อตกลงดังกล่าว และมาร่วมกิจกรรมในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 เช่นกัน แต่เมื่อสอบถามพบว่าตนถูกแจ้งข้อหานี้เพิ่มเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามยืนยันจะเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป วันนั้นที่ยอมเซ็นเพราะไม่มีทางเลือก ถ้าไม่เซ็นก็ไม่ได้ปล่อยตัว เซ็นเอกสารลักษณะนี้มาเยอะแล้ว มองว่าเป็นแค่เศษกระดาษเท่านั้น ไม่สามารถหยุดอุดมการณ์ของตนได้

จ่านิว3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสิรวิชญ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอน ได้เดินทางกลับไปเวลา 17.00 น.

Advertisement

จ่านิว4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายสิรวิชญ์เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหานั้น มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นผู้ประกอบการย่านปทุมวัน เป็นชายจำนวน 4 คน ถือป้ายใจความว่า เลิกทำตัวเป็นขยะสังคม เราต้องการทำมาหากิน ไม่ต้องการชุมนุมทางการเมือง, เป็นนักศึกษามีหน้าที่ “เรียน” ก็ทำหน้าที่ตัวเองก่อน พร้อมบอกว่าที่ไม่อยากให้ชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากการชุมนุมดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ คนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวชายทั้ง 4 คนไปยังห้องสืบสวน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า

จ่านิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.59 น. วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา นายสิรวิชญ์ได้โพสต์ข้อวามผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อตอนเย็นทางทนายความได้แจ้งมาว่า ทางตำรวจ สน.ปทุมวันจะฟ้องข้อหาเพิ่ม จากกรณีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก 14 ก.พ.2015 จากที่ถูกฟ้องพร้อมกันทั้ง 4 คน ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ…คสช. ที่ 7 /2557 (2014) ที่ชุมนุมเกิน 5 คน ไปแล้ว และในส่วนของผมฟ้องเพิ่มต่างหากในเรื่องที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขในการปล่อย แนบท้ายประกาศ…คสช.ที่ 41 เพราะถูกควบคุมตัวในกรณีกินแซนด์วิชที่พารากอน เมื่อ 22 มิถุนายน 2014 โดยทางตำรวจได้นัดให้ผมไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันอังคารที่ 8 มี.ค.2016 เวลา 16.00 น. ปีกว่าถึงจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม ก็มีคดีเพิ่มซะแล้ว

“ในตอนนั้นผมถูกควบคุมอย่างรุนแรงจากทหารนอกเครื่องแบบ ในห้างพารากอนเมื่อ 22 มิ.ย.2014 เวลา 15.40 น. แล้วนำไปที่ศูนย์กีฬาในสโมสรกองทัพบกวิภาวดี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. สอบสวนผมอย่างหนัก จนถึงเวลา 01.00 น. ของวันถัดมา โดยทุกคนต้องเซ็นเอกสารเงื่อนไขหรือที่หลายคนเรียกว่าเซ็น MOU ในการปล่อยตัวว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่มันก็ห้ามไม่ได้หรอก ผมเองเซ็นมาไม่รู้กี่ฉบับแล้ว ผมก็ยืนยันที่จะเคลื่อนไหวต่อต้านคณะรัฐประหารมาโดยตลอด.. เห็นว่าผมเซ็นเอกสารและให้เพิ่มข้อหา ผมเลยมี 2 ข้อหา มีแรงฟ้องได้ก็ฟ้องไป..” เฟซบุ๊กนายสิรวิชญ์ระบุ