เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สิน นายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. รวม 1,014 รายการ มูลค่า 25,159,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49, 51 และ 58 กรณี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ (ยศขณะเกิดเหตุ) กับพวก กระทำผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดเกี่ยวกับการพนัน ขณะดำรงตำแหน่ง ผบช.ก.ได้ร่วมกับพวกเรียกร้องเงินจากข้าราชการตำรวจที่ขอแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญรายละ 3-5 ล้านบาท เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้วต้องนำเงินส่งให้นายพงศ์พัฒน์เป็นรายเดือน เดือนละ 1 หมื่นบาท ถึง 2 ล้านบาท
นอกจากนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กับพวกร่วมกันเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนทางน้ำเป็นเงินเดือนละ 2-5 ล้านบาท และยังร่วมกับพวกเช่าสถานบริการอาบอบนวดโคลอนเซ่เพื่อเปิดบ่อนการพนันถั่วครอบ โดยนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดไปชื้อทรัพย์สินต่างๆ ต่อมา พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกศาลพิพากษาลงโทษในคดีอาญาฐานความผิดหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และ พ.ร.บ.การพนัน
คณะกรรมการ ปปง.จึงตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และเสนอพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลยึดทรัพย์ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จำนวน 1,014 รายการ พร้อมดอกเบี้ยให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งไม่มีผู้ใดคัดค้าน
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์รับราชการตำรวจมีรายได้จากเงินเดือนทางราชการ ทั้งไม่มีหลักฐานมาแสดงว่ามีรายได้พิเศษอย่างอื่น การยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อปี ระบุมีเงินได้ปีละ 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลับมีทรัพย์สินต่างๆ จำนวนมาก โดยทรัพย์สิน 1,014 รายการ มีมูลค่า 25 ล้านบาทเศษ และไม่สามารถแสดงถึงการได้มาโดยชอบของทรัพย์สินดังกล่าวได้ และเมื่อพนักงานอัยการยื่นคำร้องคดีนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าทรัพย์สินตามรายการข้างตนเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกอัยการยื่นฟ้อง 7 สำนวน ในคดีอาญาฐานฟอกเงิน, คดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน, คดีรับส่วยแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจใน บช.ก., คดีลักลอบเปิดบ่อนพนันโคลอนเซ่ ย่านพระราม 9, คดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ, คดีลักลอบครอบครองวัตถุโบราณ และคดีรับของโจร รวมจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน

