ความคืบหน้าการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข้าราชการชายสังกัดกลุ่มบริหารทั่วไป สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ลวนลามและกระทำอนาจารลูกจ้างสาว เบื้องต้นจะสรุปผลในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ส่วนจะร้ายแรงหรือไม่จะต้องมีการพิจารณาต่อนั้น ขณะที่ทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลจี้ให้มีการตรวจสอบหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เดิมทีผลสอบกรณีดังกล่าวต้องสรุปผลวันนี้ (21 ส.ค.) แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลมายื่นข้อเรียกร้องให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีการวิ่งเต้นหรือล็อบบี้ลูกจ้างให้ถอนแจ้งความ รวมทั้งสอบกรณีมีใครเกี่ยวข้อง หรือมีการพาดพิงถึงใครหรือไม่ ทาง นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงทำหนังสือคำสั่งให้มีการสอบสวนกรณีนี้เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาได้ว่ามีการช่วยเหลือกันในระบบราชการ โดยให้ตรวจสอบทุกประเด็นที่มีการพาดพิงทั้งหมด และให้สอบถามลูกจ้าง หรือผู้เสียหายเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมามีใครเกี่ยวข้องหรือเพิกเฉยไม่ช่วยเหลือกรณีนี้หรือไม่ โดยทั้งหมดจะทราบข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ และหากมีส่วนเกี่ยวข้องจริงก็ต้องมีการสอบสวนวินัยทั้งข้าราชการที่ลวนลาม และผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยืนยันว่า สธ.ไม่ได้ช่วยเหลือใคร แต่ที่ต้องเลื่อนสอบเพื่อจะได้หาคนผิดที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมดจริงๆ โดยการสอบวินัย หากเป็นวินัยร้ายแรงจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนนับจากนี้
“เบื้องต้นกรณีการล็อบบี้ถอนแจ้งความนั้น จากการสอบถามนั้น น้องๆ ผู้เสียหายเล่าว่า หลังจากไปแจ้งความดำเนินคดี ปรากฏว่าเมื่อมาพูดในกระทรวง กลับมีเสียงหลุดออกมาจากระดับหัวหน้าที่ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง คล้ายๆ รองหัวหน้า หรือรองผู้อำนวยการกองประมาณนั้น พูดทำนองว่าถึงขั้นต้องแจ้งความเลยหรือ จึงอาจมีการตีความผิด แต่ท่านปลัด สธ.ก็ไม่สบายใจ จึงสั่งให้สอบเพิ่มเพื่อความชัดเจนว่าเป็นการล็อบบี้จริงหรือไม่อย่างไร หรือเจตนาเป็นเช่นไรกันแน่” นพ.สมศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2557 แต่เพราะอะไรจึงมาเปิดเผยจนเป็นข่าวช่วงนี้ นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เข้าใจว่าที่ผ่านมาลูกจ้างไม่พูดมาตลอด อาจเพราะถูกข่มขู่ว่าจะไม่ต่อสัญญาจ้าง ทำให้ไม่กล้าพูด จนกระทั่ง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ลูกจ้างไปบอกกับทางหัวหน้าของข้าราชการคนดังกล่าว ซึ่งทางหัวหน้าบอกว่าจะพาไปบอกผู้บังคับบัญชาโดยตรง แต่ไม่ได้พาไป จนลูกจ้างไปแจ้งความดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่าคณะกรรมการจะทำงานอย่างเป็นธรรม ส่วนใครที่กังวลว่ากรรมการจะเป็นเพื่อนหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งบุคคลอื่นๆ ที่ถูกพาดพิงหรือไม่นั้น ขอบอกว่าไม่ต้องกังวล เพราะไม่มีใครอยากเสียอนาคตเพราะเรื่องช่วยคนผิด ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว และการที่บอกว่าเป็นเพื่อน คือ เพื่อนอย่างไร เพราะหากทำงานอยู่ในกระทรวงก็ต้องเห็นหน้าตากันอยู่แล้ว แต่ขอให้มั่นใจว่าคณะกรรมการทำงานด้วยความเป็นธรรมแน่นอน

