เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางกรรณิการ์ แสงทอง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมเยี่ยมเยียนการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิ ตลอดจนประชุมขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิ ภายใต้โครงการยุติธรรมสู่หมู่บ้าน นำบริการรัฐสู่ประชาชน ครั้งที่ 6/2560
นายสุวพันธุ์กล่าวด้วยว่า กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนทุกระดับ ทุกพื้นที่ สนับสนุนและบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกับชุมชน ในรูปแบบ “ยุติธรรมชุมชน” โดยในปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิมีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน 142 ศูนย์ และมีการพัฒนาเครือข่ายยุติธรรมชุมชนและคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ให้มีศักยภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชน รวมถึงให้บริการประชาชนของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม โดยมีสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิเป็นหน่วยงานอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ตามอำนาจหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ในการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในด้านกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพ และช่องทางการขอรับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง
นายสุวพันธุ์กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากพบว่าประชาชนประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมเป็นจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 มีผู้ขอรับคำปรึกษาทางกฎหมาย 172 ราย มีผู้มายื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม 58 ราย มีผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมมาขอรับการเยียวยาในปีงบประมาณ พ.ศ.2559 จำนวน 237 ราย และมีผู้ร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สิน ภาคประชาชน 554ราย

นายสุวพันธุ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เมื่อเทียบจำนวนผู้ขอรับบริการด้านงานยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเทียบเป็นสัดส่วนต่อประชากร 1 แสนคน พบว่า มีผู้ขอรับคำปรึกษาทางกฎหมาย มีสัดส่วน 15.11 ราย ขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิ มีสัดส่วน 5.09 ราย ผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมมาขอรับการเยียวยาในจังหวัดชัยภูมิ มีสัดส่วน 20.8 ราย ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สินภาคประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ มีสัดส่วนถึง 48.67 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีประชาชนในจังหวัดชัยภูมิเข้ามาขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรมในสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะการร้องเรียนเกี่ยวกับหนี้สินภาคประชาชนที่มีจำนวนผู้ร้องเรียนมากที่สุด และคิดเป็นสัดส่วนต่อประชากรสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายสุวพันธุ์กล่าวด้วยว่า ปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมที่สำคัญในจังหวัดชัยภูมิ คือการถูกเจ้าหนี้นอกระบบหลอกลวงเกี่ยวกับการทำนิติกรรม และการหลอกลวงขอเช่าโฉนดที่ดินจากประชาชนเพื่อนำไปขายฝาก โดยกระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 30 เรื่อง (ปี 2553-2560) มีผู้ร้องเรียน/ผู้เสียหาย จำนวน 554 ราย และมีทุนทรัพย์รวม 151,196,548 บาท ซึ่งพฤติการณ์ของเจ้าหนี้นอกระบบดังกล่าวมีทั้งการทำสัญญากู้ยืมเงินในจำนวนเงินสูงกว่าความเป็นจริง การเพิ่มจำนวนเงินกู้ภายหลังการทำสัญญา การคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด การบังคับให้ทำบัตรถอนเงินสดให้เจ้าหนี้ยึดถือเพื่อถอนเงินชำระหนี้เอง รวมถึงการหลอกลวงให้ทำสัญญาขายฝากที่ดิน ในการแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมได้ให้ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมในการต่อสู้คดีไปจำนวน 21 ราย (ตุลาคม 2559-มิถุนายน 2560) และได้ตรวจสอบพฤติการณ์เจ้าหนี้เพื่อส่งเรื่องให้ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ที่มีการปลอมลายมือชื่อลูกหนี้ในเอกสารกู้ยืมเงิน และมีการใช้มาตรการทางภาษีและดำเนินคดีฐานเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานเพื่อจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี และดำเนินการร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย และกระทรวงยุติธรรมได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนเกี่ยวกับการวางทรัพย์ในการขายฝาก และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายพื้นฐานเกี่ยวกับการกู้ยืม การจำนอง การบังคับคดี และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาททางแพ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวพันธุ์ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ ณ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เพื่อพบปะประชาชน รวมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการให้บริการของกระทรวงยุติธรรมให้ตรงตามความต้องการของประชาชน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559) ให้แก่ผู้เสียหาย 16 ราย เป็นเงิน 1,244,895 บาท ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาในจังหวัดชัยภูมิแล้วรวมทั้งสิ้น 121 ราย เป็นจำนวนเงิน 6,678,518 บาท

