สธ.ห่วงไข้เลือดออกในพื้นที่หลังน้ำลด

22.08.17 | 15:59 น.

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติว่า ยังเหลือใน 6 จังหวัด คือกาฬสินธุ์ นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และพระนครศรีอยุธยา สถานบริการพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมเปิดให้บริการได้ปกติ มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 3 แห่งย้ายไปให้บริการในจุดที่ประชาชนเข้าถึงสะดวก อย่างไรก็ดี ได้ช่วงสัปดาห์นี้ ยังมีฝนตกหนักในภาคตะวันออก ภาคใต้ กทม.และปริมณฑล รวมทั้งจะมีฝนตกมากขึ้นในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจากลมมรสุม ขอให้สถานบริการติดตามสถานการณ์พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ปลัดสธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาสธ. เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคที่มาจากยุงลายอย่างเข้มข้น แต่หลังน้ำลดอาจจะมีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ประกอบกับในหลายพื้นที่ยังมีฝนตก จึงขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 – 15 สิงหาคม 2560 พบผู้ป่วย 17,297 ราย โดยภาคกลาง 2,813 คน ภาคใต้ 2,636 คน ภาคเหนือ 2,439 คน และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบผู้ป่วย 2,524 ราย ซึ่งพบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมในปี2559 พบผู้ป่วย 1,317 ราย ซึ่งน้อยกว่าในปี 2560 ที่พบ 1,207 ราย

“อาการสำคัญของโรคไข้เลือดออกคือ ไข้สูงลอยเกิน 38.5 องศาเซลเซียส 2 วันแล้วไม่ดีขึ้น เบื่ออาหาร อาเจียน กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด หรือลดชั่วคราวแล้วกลับมาสูงอีก ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยและรักษา การดูแลผู้ป่วยเมื่อมีไข้ ให้เช็ดตัวผู้ป่วยไม่ให้ตัวร้อนจัด รับประทานยาตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารอ่อนและที่ทำให้สดชื่น เช่น น้ำเกลือ น้ำผลไม้ พักผ่อนมากๆ และหมั่นสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย โดยเฉพาะช่วงที่สำคัญและถือว่าอันตรายที่สุดคือช่วงที่ไข้ลด ซึ่งประมาณตั้งแต่ 3-5 วันหลังป่วย หากซึมลง อ่อนเพลีย รับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ปวดท้องกะทันหัน หรืออาเจียนเป็นเลือด แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อก ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดและควรให้ข้อมูลเรื่องอาการ ไม่ควรเปลี่ยนแพทย์/ สถานที่รักษาบ่อยๆ และไม่ควรทานยาแอสไพรินกับกลุ่มไอบูโปรเฟนเพราะทำให้เลือดออกง่ายประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422″นพ.โสภณ กล่าว