สอบคัดเลือก ชิง ‘อัยการผู้ช่วยž’ ทำไมร่วง 99%

23.08.17 | 10:21 น.

ต้องยอมรับว่าทุกสนามที่มีการสอบแข่งขัน มีทั้งคนสอบติดและไม่ติดเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีสนามสอบผ่านข้อเขียนเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการเเละเเต่งตั้งให้ดำรงตำเเหน่งอัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่) ที่ผ่านมา มีผู้สอบติด 11 คน ประกอบด้วย นายภาสกร เที่ยงพูนวงศ์, น.ส.วรพีพัทธ์ หอสุวรรณจิตร นายพิสุทธิ์
บัวเเย้ม, น.ส.ชมชนก รัชตะวราโชติ, นายจตุพร ศรีวัน, นายชานนท์ ทวีวงศ์, นายอนันต์ชัย คีรีกิจขจร, นายธีรรัตน์ มังคุด, น.ส.เมษยา โรจนอารีย์, นายอาทรณ์เกตุเเก้ว และ นายศิริพล ตันติพูล โดยทั้งหมดเข้ารายงานตัวที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนเจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

แต่ที่น่าตกใจเนื่องจากจำนวนผู้สอบติดมีแค่ 11 คน จากผู้เข้าสอบทั้งหมดถึง 7,476 คน คิดเป็น 0.147 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น!!

คำถามที่ตามมาคือเหตุใดจึงมีผู้สอบผ่านเกณฑ์แค่น้อยนิด เพียงแค่ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ทำไมผู้เข้าสอบถึงทำข้อสอบไม่ได้ และเกิดอะไรขึ้นกับมาตรฐานของนักเรียนกฎหมายหรือนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ในปัจจุบัน?!!

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด หนึ่งในกรรมการตรวจข้อสอบบรรจุเป็นข้าราชการอัยการเเละเเต่งตั้งให้ดำรงตำเเหน่งอัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่) ในครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์ มติชนŽ ถึงประเด็นปัญหาและชี้แนะแนวทางว่าจะทำอย่างไรถึงจะสอบติด

ก่อนหน้านี้ในการสอบบรรจุอัยการผู้ช่วยเคยมีผู้สอบผ่านน้อยเท่านี้ไหม?

ในประวัติศาสตร์ 20 กว่าปีที่แล้ว เคยมีคนสอบได้แค่ 6 คน น้อยกว่าตอนนี้ แต่ตอนนั้นคนเข้าสอบน้อยกว่า ทั้งนี้ การสอบเข้าอัยการหรือผู้พิพากษาทุกคนต้องแข่งกับตัวเอง คือต้องทำให้ได้เกินครึ่งของคะแนนจึงจะสอบติด รวมถึงการออกข้อสอบมีมาตรฐาน ออกในรูปแบบกรรมการ แต่ละคนจะคิดคำถามแล้วเอามารวมกันเป็นข้อสอบ ข้อสอบยากง่ายจะอยู่ที่กรรมการ แต่จะเป็นมาตรฐานเดียวกัน คือ ถ้ายากก็ยากเหมือนกันทั้งหมด ง่ายก็ง่ายเหมือนกันทั้งหมด ส่วนการตรวจข้อสอบจะมีกรรมการตรวจ 2 คน ต่อ 1 ข้อ จะมีการถอดโค้ดผู้เข้าสอบทั้งหมด กรรมการที่ตรวจข้อสอบจะไม่รู้ว่าเป็นกระดาษคำตอบของใคร และถ้ากรรมการตรวจทั้ง 2 คน ให้คะแนนต่างกัน 4 คะแนนขึ้นไป จะมีกรรมการตรวจคนที่ 3 มาตรวจซ้ำอีก การตรวจแบบนี้จะทำให้ไม่รู้สถาบันการศึกษา หรือไม่มีเส้นสายมาเกี่ยวข้อง

Advertisement

ผมถามทุกคนที่เสียภาษีว่าต้องการให้ทนายแผ่นดินมีคุณภาพไหม ถ้าปล่อยให้สอบติดตามจำนวนตัวเลย 200-300 คน โดยเรียงตามลำดับคะแนน แต่คนที่สอบผ่านได้คะแนนไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วมาว่าความให้แผ่นดิน ถ้ารัฐแพ้ต้องชดใช้ค่าเสียหายอีก ฉะนั้น อัยการต้องมีคุณภาพŽ

เมื่อมีคนสอบติดแค่11คน จะทำให้อัยการขาดบุคลากรหรือไม่?

ต้องดูตามตำแหน่งว่าง รู้สึกจะมีว่างกว่า 100 ตำแหน่ง แต่ผ่านแค่ 11 คน เมื่อสอบติดน้อยคาดว่าต้องเปิดสอบอีก

มองประเด็นที่ทำให้สอบไม่ติดมาจากอะไร?

เด็กตอบไม่ครบประเด็น ไม่ตรงคำถาม เด็กส่วนใหญ่อ่านหนังสือเยอะ แต่ไม่เคยเขียน การเขียนกฎหมาย เขียนรายละเอียด ต้องมีการฝึก โดยคำตอบจะต้องสั้น ฟันธง ตรงประเด็น เน้นเนื้อหาสำคัญ สิ่งที่อาจารย์ต้องการ แต่ครั้งนี้พบว่าเด็กส่วนใหญ่หาประเด็นไม่เจอ


อย่างคำถาม 1 ข้อ ถาม 6 ประเด็น แต่เด็กตอบ 2 ประเด็น แล้วหลอกตัวเองว่าทำข้อสอบได้ แต่จริงๆ แล้วที่ตอบได้ ตอบไม่ครบ รวมทั้งยังมีเด็กคุยในโซเชียลว่า ธงอัยการไม่ยอมเปิดเผย เรียนว่าของเก่ามีเปิดเผยและเผยแพร่ ส่วนการสอบครั้งล่าสุดนี้ เป็นดุลพินิจของประธานสอบฯว่าจะให้เผยแพร่เมื่อไหร่Ž

เทียบกับปีก่อนมีผู้สอบติดมากกว่านี้ไหม

คราวก่อนสอบติดเยอะกว่านี้

กรณีพบการสอบติดแค่ 11คน หรือไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนภาพมาตรฐานนักเรียนกฎหมายลดลงไหม

อาจจะเป็นจังหวะ ธงคำตอบ ยอมรับว่าข้อสอบอาจยากขึ้น แต่ทำในรูปแบบกรรมการ ทั้งนี้ เด็กต้องเข้าใจว่ามีข้อสอบ 10 ข้อ ให้เวลา 4 ชั่วโมง จะมีเวลาข้อละ 24 นาที ต้องบริหารเวลาให้เป็น

ในการสอบครั้งนี้ พบว่าเด็กบางคนลอกคำถามลงในคำตอบ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นคำตอบแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ บางคนไม่ตอบเลยด้วยซ้ำ จากการตรวจจะพบว่าเด็กไม่มีความพร้อมในการตอบข้อสอบเยอะมาก บางคนเขียนความรู้สึกตัวเอง โดยไม่มีประเด็นข้อกฎหมายเลย บางคนเขียนเลขข้อผิด ตอบข้อ 3 แต่เขียนเป็นเลข 5 บางคนหนักกว่านั้นไม่เขียนเลขข้อเลย จึงอยากให้ปรับปรุงกัน

ทุกคนต้องเข้าใจว่าทำข้อสอบ 1 ข้อ มีเวลาข้อละ 24 นาที ถ้าเขาประมาท จนลุกลนแล้ว จะเหลือเวลาเขียนไม่กี่นาที ทำให้เขียนไม่ทัน ไม่ครบทุกประเด็น เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องวางแผนเกี่ยวกับเวลาที่มี ต้องบริหารเวลา ตอบให้ครบทุกประเด็น ขณะที่บางคนคำถาม 1 ข้อ เขียนมา 6 หน้ากระดาษแต่ไม่ตรงประเด็น หรือบางคนลายมือแย่มาก คนตรวจนั่งอ่านน้ำตาคลอเลย แต่ก็ต้องตรวจเพราะนึกถึงวันที่ผมสอบเข้าอัยการเหมือนกัน จึงต้องใช้หลักเมตตาธรรม ผมเคยตรวจข้อสอบ แค่ 1 ข้อ ใช้เวลาถึง 20 นาที เพราะต้องแกะลายมือเด็กให้ออกŽ

ทั้งนี้ กรรมการตรวจข้อสอบฝากทิ้งท้ายด้วยว่า อยากให้เด็กพัฒนาตัวเอง จริงๆ แล้วทุกคนแข่งกับตัวเอง ต้องมีกำลังใจ และต้องตั้งใจจริงŽ

พร้อมย้ำอีกครั้งว่า คำตอบต้อง สั้น ฟันธง ตรงประเด็น เน้นเนื้อหาที่สำคัญ และตอบในสิ่งที่อาจารย์ต้องการŽ