เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลสำรวจผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม-12 สิงหาคม พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 1,069 ราย โดยพบมากที่สุดในเขตสะพานสูง 37 ราย เขตบางซื่อ 33 ราย และเขตลาดพร้าว 32 ราย
“พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างกรุงเทพฯ ชั้นในและรอบเมือง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รกร้างของเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทำให้บางแห่งกลายเป็นจุดทิ้งขยะ กระทั่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก อีกทั้งพบว่าผู้ป่วยจะอยู่ในช่วงอายุ 10-14 ปี 15-24 ปี และ 25-34 ปี ขณะที่ข้อมูลจากทั่วประเทศพบผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกมากที่สุดในช่วงอายุ 10-14 ปี 5-9 ปี และ 15-24 ปี ตามลำดับ” นพ.เมธิพจน์กล่าว และว่า ช่วง 10 ปีก่อน กรุงเทพฯ พบผู้ป่วยไข้เลือดออกอายุ 5-9 ปี ต่อมาพบว่าขยายไปสู่กลุ่มประชาชนที่มีอายุมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าในอนาคตจะมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นกว่าเดิม สาเหตุเพราะช่วงวัยดังกล่าวมักมีกิจกรรมนอกบ้าน เช่น โรงเรียน สถานที่กวดวิชา ร้านเกม ฯลฯ สำนักอนามัย กทม.จึงร่วมมือกับสมาคมแพทย์โรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ทำแนวทางการรักษาผู้ป่วยในช่วงวัยทำงานมากขึ้น และให้ความรู้แก่อายุรแพทย์ให้มีความเข้าใจในการวินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มีอาการไม่ชัดเจนให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พบผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกแล้ว 1 ราย เป็นเด็กหญิงอายุ 14 ปี ในพื้นที่เขตหนองจอก เนื่องจากแพทย์เกิดสับสนในการรักษาโดยโรคไข้เลือดออกเกิดอาการแทรกซ้อนกับอาการไข้หวัดใหญ่

