“ศรีวราห์”งัดกม.ขนส่งจัดการ คุมเข้มหาข่าวเชิงลึกทั่วปท. ตร. 4,163 นายพรึ่บรอบศาลฯ สั่งห้ามกำลังพลพกอาวุธ

23.08.17 | 17:50 น.

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง มีคำสั่งกำหนดมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย กรณีศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาทุจริตรับจำนำข้าว ในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ โดยให้ บช.น. บช.ภ1 -9 ศชต. สันติบาล บช.ก. ตชด.และสตม. สืบสวนหาข่าวเชิงลึกและให้นำแผนประทุษกรรม ตลอดจนประวัติผู้ต้องหาคดีอาญาที่อาจเกี่ยวข้องมาใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวน ขณะเดียวกันให้ทุกหน่วยบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ.2558 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นไปตามแผนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ และแผนรักษาความสงบ ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติตามที่ ตร. ได้สั่งการไว้ ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยที่ได้รับภารกิจส่งแผนการปฏิบัติ แผนเผชิญเหตุ การรายงานเหตุด่วนให้รายงานผ่าน ศปก.ตร. ให้ บช.น. บช.ภ.1-9 ศชต.และบช.ก.บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการขนส่ง โดยประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ขนส่งพื้นที่อย่างใกล้ชิด

“ให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ซึ่งรับรองเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็นไว้ แต่ทั้งนี้ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิเสรีภาพ อันมิใช่การปลุกระดม ปลุกปั่นหรือกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการชุมนุมทางการเมือง ตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.3558 ขณะเดียวกันให้ บช.น.ประสาน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กองทัพภาคที่ 1 เพื่อดำรงการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บัดนี้จนเสร็จสิ้นภารกิจ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาในระดับควบคุม สั่งการ เพื่อแสวงหาข้อตกลงใจต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ และหากมีความจำเป็นต้องให้กำลัง กกล.รส.เข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะเดียวกันกำชับห้ามทุกหน่วยส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ที่ยังไม่ผ่านการฝึกตามนัยมาตรา 19 วรรค 7แห่ง พ.ร.บ.การชุมนุมฯ เข้าร่วมในการปฏิบัติโดยเด็ดขาด จะต้องตรวจสอบ ปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มกำลังให้เรียบร้อย ก่อนส่งมอบให้ บช.น นอกจากนี้ให้ทุกหน่วยกำหนดมาตรการ ตรวจตรา ป้องกันสถานที่ราชการ ศาล สถานีขนส่งสาธารณะ ศาลากลางจังหวัด ห้างสรรพสินค้า สถานที่แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ โดยประสานแผนการปฏิบัติ แผนเผชิญเหตุกับหน่ววยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด และบูรณาการใช้กำลังกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานที่ดังกล่าวข้างต้น กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่” คำสั่งดังกล่าวระบุ

สำหรับการปฏิบัติในห้วงแรก ระหว่างวันที่ 22 – 25 ส.ค.2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ บช.ภ.8 จัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 10 กองร้อย บช.ภ.9 จำนวน 4 กองร้อย บช.ตชด.จัดกำลัง ตำรวจ คฝ.ชาย จำนวน 6 กองร้อย และกองร้อย คฝ.หญิง จำนวน 1 กองร้อย และจัดเตรียมสถานที่ควบคุมผู้กระทำความผิด กรณีมีการละเมิดและถูกจับกุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และเตรียมแผน รวมทั้งกำลังพลในการ รปภ.สถานที่และแผนเผชิญเหตุ ณ สถานที่ควบคุมและที่ตั้ง ขณะเดียวกันให้ บช.ภ.1-7 และบช.ก.เตรียมกำลังกองร้อย คฝ. บก.ภ.จว.หรือ บก.ละ 1 กองร้อย และยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายพร้อม ณ ที่ตั้ง สามารถสนับสนุนการปฏิบัติเมื่อได้รับคำสั่งตั้งแต่วันที่ 22 -26 ส.ค.2560

“ให้ ผกก. ผบก. ผบช.เป็น ผบ.เหตุการณ์ด้วยตนเอง ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และให้ตรวจสอบความพร้อมเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประจำกาย โดยเน้นย้ำให้งดใช้อาวุธประจำกายขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเคลื่อนย้ายกำลัง สั่งการให้ บช.ส.จัดทำแผนการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว ความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชนที่จะมาร่วมให้กำลังใจและวิเคราะห์แนวโน้ม ตั้งแต่วันที่ 22 – 26 ส.ค.อย่างใกล้ชิด รายงานให้ ตร.ทราบผ่าน รองผบ.ตร.(มค) ทราบทุกวันก่อนเวลา 09.00 น. ขณะเดียวกันให้ สทส.ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ณ จุดคัดกรอง พื้นที่รองรับมวลชนและบริเวณโดยรอบศาลฎีกา และให้ รพ.ตำรวจ จัดทำแผนเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน สนับสนุนรถพยาบาล 4 คัน และเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติ สำหรับกองบินตำรวจ ให้จัดเตรียมเฮลิคคอปเตอร์พร้อมเจ้าหน้าที่ พร้อมปฏิบัติเมื่อได้รับคำสั่ง โดยให้ศปก.ตร.เป็นศูนย์กลาง รวบรวมข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงาน ตร.ผ่านรองผบ.ตร.(มค) ทราบเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ” พล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งการ

Advertisement

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยด้วยว่า ยุทธการในการดูแลความสงบเรียบร้อยครั้งนี้เป็นไปตามแผน กรกฎ 52 ใช้กำลังพล24 กองร้อย รวม ทั้งสิ้น 4,163 นาย วางตามจุดต่างๆ อาทิ จุดคัดกรอง1 ปากซอยแจ้งวัฒนะ 1 กองร้อย รปภ.มวลชน 4 กองร้อย เรือนจำคลองเปรม 2กองร้อย เป็นต้น โดยวางกำลังในจุดสูงข่ม 7 จุด คือ โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ โรงแรมทีเคพาเลซ อาคารเค็นชิงตัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการกงศุล อาคารศาลปกครอง อาคารก่อสร้างกระทรวงยุติธรรม ติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั้งภายในอาคาร 78 ตัว และภายนอกอาคาร 32 ตัว รวม 110 ตัว