เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่พนักงานอัยการคดีพิเศ่ษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องครอบครัว “โรจน์รุ่งรังสี” ประกอบด้วยนายธงชัย อดีตกก.บริษัท ไทยเฮิร์บฯ นางนิสา กก.ผจก.บริษัท รอยัลเจมส์ ฯ บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บ ฯ บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ฯ และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ ฯ นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จก. ผู้ประกอบกิจการให้เช่าบริการรถบัสแก่นักท่องเที่ยว , น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัท บ้านขนมทิพย์ ฯ กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 13 ฐานเป็นอั้งยี่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
กรณีเมื่อระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2556 – กันยายน 2559 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่หลบหนีได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมโดยประกอบธุรกิจนำเที่ยวบริษัท ฝูอัน ทราเวล ฯและบริษัท ซินหยวน ทราเวลฯนำนักท่องเที่ยวจากจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยลักษณะทัวร์ต้นทุนต่ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”จากนั้นบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าจากบริษัทฯและกิจการในเครือของจำเลยทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับความเสียหายนับหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการกระทำลักษณะอั้งยี่ มีเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านบาท มีการนำเงินจากนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าราคาสูงเกินจริงไปฟอกเงิน ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย
จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วข้อเท็จจริงปรากฏว่า พวกจำเลยประกอบธุรกิจให้เช่ารถบัสนำเที่ยวและจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวมิใช่ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จึงไม่ต้องขอจดทะเบียน
ส่วนคำว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นการเรียบเก็บเงินนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน และมีการกำหนดโปรแกรมท่องเที่ยวเอาไว้ก่อนแล้วซึ่งในไทยมีการประกอบธุรกิจลักษณะเช่นนี้กว่า 300 บริษัทมีการแข่งขันค่อนข้างสูงซึ่งเป็นกลยุทธทางการตลาด กลุ่มพนักงานสอบสวนต่างไม่เคยเดินทางไปตรวจสอบร้านค้าและกิจการของจำเลย
ขณะที่พวกจำเลยก็นำสืบสอดคล้องทำนองเดียวกันว่า ไม่ได้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ประกอบธุรกิจให้เช่ารถบัสกว่า 2 พันคัน และมีร้านจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมีเงินทุนหมุนเวียนกันในบริษัท ก่อนถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม และถูกฟ้องศาลแพ่งยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 3,600 ล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนรถบัสก็ถูกอายัดโดยไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดจนล่วงเลย 90 วันตามกฎหมาย
ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยตามความผิดที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้ พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังทราบผลคำพิพากษา พวกจำเลยต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม แสดงความยินดีแก่กัน แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ อ้างว่า จะเปิดแถลงข่าวเป็นทางการต่อไป

