‘เซปิง’หอบหลักฐาน ร้องสบส.ชี้’หมอชลธิศ’ใช้ ‘บุคคลไม่ใช่แพทย์’ ทำศัลยกรรม

9.03.16 | 14:05 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 มีนาคม น.ส.เซปิง ไชยศาส์น พร้อมด้วย นายกฤติน จิกิตศิลปิน หรือ น็อต แม็กซิม ซึ่งเป็นผู้เสียหาย และทนายความ เข้าร้องเรียนที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรณีที่ นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ปล่อยให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่แพทย์ทำศัลยกรรมแทนแพทย์ ภายในคลินิกของ นพ.ชลทิศ โดย น.ส.เซปิงได้มอบเอกสารหลักฐานซึ่งเป็นภาพของบุคคลที่ระบุว่าไม่ใช่แพทย์ไปแสดงต่อ นพ.ภัทรพล จึงสมเจตน์ไพศาล ผู้ช่วยอธิบดี สบส.ด้วย

น.ส.เซปิง เปิดเผยว่า ได้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่แพทย์แต่ผ่าตัดศัลยกรรมทำตา 2 ชั้น ให้คนไข้ในคลินิกของ นพ.ชลทิศ ส่งมอบให้ สบส. ซึ่งถือเป็นการนำข้อเท็จจริงไปแสดงให้สาธารณชนรับทราบ เพราะประชาชนเป็นผู้เสียหายไม่ได้ทำศัลยกรรมกับแพทย์

“เชื่อว่ามีประชาชนอีกมากที่ทำศัลยกรรมกับคลินิกแห่งนี้โดยที่ไม่ได้รับบริการจากแพทย์ รวมถึงนายกฤตินด้วย และขอยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการตอบโต้ นพ.ชลทิศจากกรณีความขัดแย้ง และที่ผ่านมาทราบเรื่องมาโดยตลอด แต่ไม่กล้าพูดและอึดอัด” น.ส.เซปิง กล่าวและว่า ในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดนำไปยื่นร้องเรียน นพ.ชลทิศ ต่อแพทยสภาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล น.ส.เซปิง กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันและไม่เคยพบหรือพูดคุยกับ นพ.กมล พันธ์ศรีทุม เจ้าของคลินิก และว่าก่อนหน้านี้โรงพยาบาลได้ทำหนังสือแจ้งเตือนมาว่าอย่าพูดถึงโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นการให้บริการตามปกติ

ด้านนายกฤติน กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้เสียหาย อีกทั้งยังเป็นเจ้าแม่ศัลยกรรม แต่พลาดไป ก็รู้สึกตกใจและกลัวมากที่มารู้ทีหลังจาก น.ส.เซปิง ว่าคนที่ทำศัลยกรรมให้ไม่ใช่แพทย์ จึงเดินทางมาให้ข้อมูลกับ สบส.เพื่อบอกความจริง และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม

Advertisement

“ได้เข้าทำศัลยกรรมเฟซล็อก ตอนแรกรู้สึกว่าชอบมาก เพราะใบหน้าเต่งตึง แต่เมื่อทำแล้วผ่านไปประมาณเดือนกว่าๆ ใบหน้าก็เกิดอาการหย่อนคล้อยลงมา ซึ่งตอนแรกไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดผลการทำศัลยกรรมจึงอยู่ได้ไม่นานอย่างที่เข้าใจ ซึ่งมารู้ความจริงภายหลังจาก น.ส.เซปิง” นายกฤติน กล่าว

นพ.ภัทรพล กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่า นพ.ชลธิศ มีความผิดจริงหรือไม่ เพราะจะต้องนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาก่อน และต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 หรือไม่ ส่วนความคืบหน้าในการเปรียบเทียบปรับ รพ.ศัลยกรรมตกแต่งกมลนั้น ขณะนี้สถานพยาบาลได้ทำหนังสือกลับไปยัง สบส.แล้ว โดยขอเลื่อนระยะเวลาการเปรียบเทียบปรับไปอีก 30 วัน ทั้งนี้ สบส.ได้เตรียมแก้ไขโทษปรับในการโฆษณาของ พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ ด้วย ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)