เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยกรณีนายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีกลุ่มนายทุน นักการเมือง และข้าราชการผู้มีอิทธิพล เข้าไปบุกรุกถือครองที่ดินในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ถึง 70,000 ไร่ และได้ยื่นขอเพิกถอนไปยังกรมที่ดิน แต่การเพิกถอนเป็นไปอย่างล่าช้า ว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ได้รับการประกาศจัดตั้งตามกฎหมาย เมื่อปี 2518 ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซด์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 948 ของโลก มีเนื้อที่ 285,625 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัดได้แก่ พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช ดังนั้น ขอชี้แจงว่า การขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย สามารถกระทำได้โดยวิธีเดียวคือ ผู้นั้นจะต้องมีหลักฐานโดยชอบด้วยกฏหมาย เช่น สค.1 นส. 3 และในการออกเอกสารสิทธิ์จะต้องดำเนินการตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) โดยให้มีคณะกรรมการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย อันได้แก่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่ดิน แต่จากการตรวจสอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในเบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย อยู่ 2 ประเภทคือ มีการนำ สค.1 จากที่อื่นมายื่นขอฯ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า สค.บิน และอีกประการคือ การประกาศเดินสำรวจรังวัด ตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ไม่สามารถดำเนินการเดินสำรวจได้
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้ประสานไปยังกรมที่ดิน เพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เหล่านั้น โดยในช่วงแรก เมื่อปี 2548 ได้ตรวจพบการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายและนำไปสู่การเพิกถอน แล้ว โดยสรุป ดังนี้ 1. ได้ดำเนินคดี สค.1 ปลอม จำนวน 33 ฉบับ เนื้อที่ 1,523-1-00 ไร่ ท้องที่ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และดำเนินคดี สค.1 ผิดตำแหน่ง (สค.1บิน) จำนวน 10 ฉบับ เนื้อที่ 317-3-00 ไร่ ท้องที่ ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และ 2. ได้เพิกถอน นส. 3 ก ที่ออกโดยมิชอบ จำนวน 30 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,313-1-00 ไร่ ท้องที่ ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา จำนวน 15 ฉบับ เนื้อที่ 600-2-00 ไร่ ท้องที่ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จำนวน 15 ฉบับ เนื้อที่ 712-3-00ไร่ ตามคำสั่งกรมที่ดินที่ 3005/2547 ลงวันที่ 1 พ.ย.2557 ที่ 2932 /2548 ลงวันที่ 25 พ.ย. 2548 ที่ 2175/2547 ลงวันที่ 30 ส.ค. 2547 และที่ 1089 /2547 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2547 ซึ่งเป็นการออกโดยการใช้ ส.ค.1 ไม่ถูกต้องสอดคล้องกับพื้นที่จริง (สค.1 บิน) และไม่ดำเนินการตามกฎกระทรวงที่ 43 (พ.ศ. 2537) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
นายธัญญา กล่าวอีกว่า ต่อมาในปี 2553 ได้มีหนังสือแจ้งกรมที่ดิน เพื่อขอให้ดำเนินการเพิกถอนฯ อีกจำนวน 136 ฉบับ เนื้อที่ 4,500 ไร่ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ายังไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินในส่วนนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ยังมีเอกสารสิทธิ์ที่อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ อีกประมาณ 3,000 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 70,000 ไร่ ซึ่งกรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งรัดการดำเนินงานมาโดยตลอด โดยออกคำสั่งให้มีการจัดตั้งสำนักงานตรวจสอบ พิสูจน์ การถือครองหนังสือแสดงสิทธิที่ดิน ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ ขึ้นเป็นการเฉพาะ
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนการที่ นายนายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์เสนอให้มีการใช้ ม.44 เพื่อดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เข้าใจว่าคงเป็นความปรารถนาดีของนายนริศ ที่ต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มข้น เอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบด้วย กฎหมายในครั้งนี้ กรมอุทยานฯ ขอน้อมรับความคิดเห็นนี้ จะสั่งการให้มีการเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และจะเร่งรัดการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ขั้นตอนการเพิกถอน เอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

