แม่ร่ำไห้กอดศพ “น้องเกต” สาวตกตึกบาห์เรน ยังคาใจเหตุตาย นิติเวชชี้กระโดดเอง ปคม.ขยายผลนายหน้า

26.08.17 | 14:45 น.

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 26 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมด้วย นางบุญวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาว จ.นครราชสีมา มารดา และบรรดาญาติ น.ส.เกต (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานแล้วตกตึกเสียชีวิตที่เมืองปานามา ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เดินทางมารับศพ หลังจากนำร่างของ น.ส.เกต กลับมาประเทศไทย พร้อมกับนำศพมาชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

นางปวีณากล่าวว่า แพทย์รายงานผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นจากการตรวจภายนอก พบว่า หญิงสาวกระดูกเชิงกรานแตก ขาหักทั้ง 2 ข้าง อวัยวะภายในฟกช้ำจากการตกจากที่สูง ไม่พบมีการถูกทำร้ายร่างกาย โดยเมื่อตกลงมาแล้วหญิงสาวยังคงมีชีวิตอยู่ เพราะมีร่องรอยผ่าตัดบริเวณรักแร้ซ้าย เพื่อนวดหัวใจและเจาะหลอดลม ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตของต่างประเทศ ทั้งนี้จากสภาพความบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงเชิงกรานลงมาถึงขาทำให้แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าน่าจะกระโดดลงมาเอง เพราะหากถูกผลักร่างน่าจะตกลงสู่พื้นในลักษณะที่ศีรษะกระแทกกับพื้น ไม่ใช่ช่วงขา อย่างไรก็ตามยังต้องรอผลตรวจเนื้อเยื่อ ถุงน้ำดี รวมถึงตรวจหาสารพิษในร่างกายอีกครั้งว่าถูกวางยาก่อนเสียชีวิตหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งน่าจะพอดีกับที่แพทย์ของบาห์เรนส่งผลการชันสูตรมาให้กับกองการต่างประเทศ เพื่อนำมาประกอบสำนวน ส่วนที่ญาติสงสัยว่ามีการบังคับถูกกระทำชำเราหรือไม่นั้น แพทย์ยังตรวจไม่พบ

“ส่วนการขยายผลจับกุมขบวนการพาหญิงไทยไปค้าประเวณีที่ประเทศบาห์เรน ก็ได้ประสานตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) จากสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่ามีผู้เสียหายอีก 1 ราย ถูกนายหน้ารายเดียวกันล่อลวงไปทำงานในลักษณะนี้” นางปวีณากล่าว

ขณะที่นางบุญวัฒน์ มารดาของ น.ส.เกต กล่าวว่า ภายหลังทราบผลการชันสูตรที่แพทย์เล่าให้ฟัง ก็มีความเข้าใจ แต่ยังคงเชื่อว่านายหน้าที่พาบุตรสาวไปทำงานที่ประเทศบาห์เรนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต และก็ไม่เชื่อว่าบุตรสาวจะฆ่าตัวตายโดยไม่มีเหตุผล แต่อาจเพราะความเครียดจากการถูกบังคับ กักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ โดยบุตรสาวเคยบอกว่าหากไม่ทำตามก็จะถูกรุมทำร้าย และเคยเปรยบอกลามารดาผ่านทางเฟซบุ๊กแชตด้วย เพราะบุตรสาวไปทำงานที่ประเทศบาห์เรนได้เพียง 10 กว่าวัน ก็บอกว่าอยากกลับบ้าน และกำลังตกอยู่ในอันตราย อยากให้มารดาช่วยเหลือ นำเงินไปใช้หนี้นายหน้า แต่บุตรสาวก็มาเสียชีวิตก่อน ทั้งนี้ครอบครัวจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดช่องกุ่ม ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านเกิด เป็นเวลา 3 วัน

Advertisement