นายธนกร แหวกวารี ทนายความของนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงการยื่นคำร้องขอประกันตัวใหม่ครั้งที่ 2 หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวไปเมื่อวันอ่านคำพิพากษาที่ 25 สิงหาคมนี้ว่า หลังจากที่ทราบเหตุผลตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม ว่าศาลไม่ให้ประกันตัวนายมนัส จำเลยที่ 4 , นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 5 ,นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 6 เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนีนั้น ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงของแต่ละคนเพื่อจะยื่นประกันตัวใหม่ ซึ่งการยื่นคำร้องจะแต่ละคนจะมีเหตุเฉพาะตัวต่างกันโดยกรณีของนายมนัส อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อายุ 65 ปี กำลังตรวจสอบประวัติสุขภาพว่ามีโรคประจำตัวอย่างไรบ้าง ขณะที่นายทิฆัมพร อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ต่างก็มีภาระที่จะต้องดูแลบิดามารดาที่มีอายุมาก ส่วนหลักทรัพย์นั้นขณะนี้พิจารณาแล้วก็เป็นไปได้ว่าจะต้องเตรียมไว้ไม่น้อย อาจจะต้องยื่นเท่าตัวของหลักทรัพย์เดิมโดยของนายมนัสนั้นเดิมยื่นไว้ระหว่างพิจารณาคดี รวม 12 ล้านบาท ส่วนนายทิฆัมพร และนายอัครพงศ์ เคยยื่นไว้คนละ 8 ล้านบาท สำหรับการยื่นอุทธรณ์เนื้อหาคดีนั้นระหว่างยังต้องรอการคัดคำพิพากษาฉบับเต็มเสียก่อนซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งการยื่นอุทธรณ์มั่นใจว่าใช้สิทธิยื่นได้ตามรัฐธรรมนูญฯใหม่ ปี 2560 มาตรา 195 บัญญัติไว้โดยบทบัญญัติก็มีขั้นตอนและวิธีการกำหนดไว้เบื้องต้นแม้ว่า ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ แก้ไขใหม่ยังไม่ประกาศใช้มา
ส่วนที่จำเป็นจะต้องให้มีบุคคลที่น่าเชื่อถือเซ็นรับรองประกอบคำร้องประกันตัวหรือไม่นั้น นายธนกร ทนายความ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็น เพราะที่ผ่านมาชั้นพิจารณาทั้งสามไม่เคยหลบหนีมาศาลตามนัดทุกครั้ง และก็มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ดังนั้นจะสรุปเหตุผลความจำเป็นเฉพาะตัวของแต่ละคน เสนอต่อศาล

