‘จตุพร’ยื่นค้านพุทธะอิสระขอถอนประกัน สวนหมัดจี้อัยการดำเนินคดี

9.03.16 | 15:58 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยคดีร่วมกับแกนนำชุมนุมก่อการร้ายเมื่อปี 2553 พร้อมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีอัยการคดีพิเศษ เพื่อคัดค้านคำร้องของพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ที่เคยมายื่นหนังสือให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อถอนประกันตัวนายจตุพร ในคดีร่วมกับแกนนำชุมนุมก่อการร้าย โดยนายจตุพรได้ยื่นหลักฐานเป็นแผ่นวีดิทัศน์บันทึกภาพเสียงสัมภาษณ์พระพุทธะอิสระ และหนังสือคัดค้านมีเนื้อหาสรุปว่า

007

“หนังสือกล่าวหาว่าข้าพเจ้าใส่ร้ายพระพุทธะอิสระกระทำผิดเงื่อนไขในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น ใส่ร้ายพระพุทธะอิสระให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และจาบจ้วงสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ให้ต้องเสื่อมเสียพระเกียรติยศนั้น ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ถูกกระทบสิทธิในกระบวนการยุติธรรมโดยตรง เห็นว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต มีเจตนาซ่อนเร้นทางการเมือง เนื่องจากพระพุทธะอิสระไม่มีสิทธิหรืออำนาจตามกฎหมาย ขอให้ถอนประกันได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นพยานในคดีที่ข้าพเจ้าได้รับการปล่อยชั่วคราว รวมทั้งยังเป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปยึดอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 1.4 ล้านบาท และอีกหลายคดี จึงเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของข้าพเจ้า..

“การที่ข้าพเจ้าแสดงความคิดเห็นกรณีการเคลื่อนไหวของพระพุทธะอิสระที่ออกมาคัดค้านมติมหาเถรสมาคมที่เห็นชอบกับการเสนอชื่อพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นสมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อให้มีการยึดตามจารีตประเพณีที่สืบกันมา ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่าข้าพเจ้าจาบจ้วงดูหมิ่นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช กรณีพระลิขิตนั้นเป็นการกล่าวหาด้วยความเท็จทั้งสิ้น ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาจากบวรพุทธศาสนาแต่วัยเยาว์ ไม่อาจนิ่งเฉยหากมีผู้ใดล่วงละเมิดแอบอ้างพระองค์เพื่อประโยชน์ส่วนตนได้ จึงแสดงความห่วงใย

“นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ข้าพเจ้าในฐานะประธาน นปช. ทราบว่า ดีเอสไอได้สอบสวนการกระทำผิดของกลุ่ม กปปส. ที่มีผู้ต้องหา 58 คน ร่วมกันกระทำผิด 9 ข้อหา โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ส่งให้อัยการคดีสำนักงานคดีพิเศษพิจารณาและได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย เป็นจำเลยต่อศาลอาญาแล้ว และมีการส่งผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการเพิ่มอีก 31 คน ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2557 และเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเกิดข้อครหาอันเป็นการนำไปสู่ปัญหาการแตกแยกของคนในชาติ ขอให้พนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความเป็นธรรม โดยขอให้อัยการพิจารณาสำนวนและมีการพิจารณาสั่งฟ้องและนำตัวพระพุทธะอิสระกับพวกผู้ต้องหาฟ้องต่อศาลอาญาโดยเร็ว” หนังสือคัดค้านระบุ

Advertisement

ด้านนายจตุพรกล่าวหลังการยื่นหนังสือว่า มาคัดค้านกรณีพระพุทธะอิสระขอให้อัยการยื่นศาลถอนประกันตนในคดี นปช.ก่อการร้าย แต่ตนในฐานะที่เป็นชาวพุทธและศิษย์วัดบวรนิเวศวิหาร ไม่อาจยอมรับได้ อย่างไรก็ดี ไม่รู้สึกกังวลกรณีถูกยื่นถอนประกัน เพราะเห็นว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขการประกันตัว และมีข่าวว่าพระพุทธะอิสระจะมายื่นถอนประกันนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แนวร่วมกลุ่ม นปช.อีกราย คงจะใช้สิทธิคัดค้านเช่นเดียวกับตน ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าตนจาบจ้วงสมเด็จพระสังฆราชนั้น พระพุทธะอิสระคงจะลืมไปว่าตนเป็นศิษย์วัดบวรนิเวศวิหาร กินข้าวก้นบาตรมานาน และพระพี่ชายของตนคือ เจ้าคุณระแบบ ทำหน้าที่รับใช้สมเด็จพระสังฆราชอย่างใกล้ชิด

นายจตุพรกล่าวต่อว่า เบื้องต้นนายอิทธิพล เพิ่มศรี รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษรับหนังสือแทน โดยจะเสนออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษพิจารณาต่อไป

“พวกผมถูกจับกุมและคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลานาน ผู้ต้องหาบางรายอยู่ในเรือน 9 เดือน แต่กลุ่ม กปปส.ไม่เคยถูกควบคุมตัวแม้แต่วันเดียว พวกผมต้องการความเสมอภาค ความเท่าเทียมและความยุติธรรมเท่านั้นเอง ส่วนการยื่นถอนประกันนั้น ได้ชี้แจงตามเอกสาร และเห็นว่าการปล่อยให้พระพุทธะอิสระเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยไม่มีการระงับยับยั้ง ต่อไปนี้พระพุทธะอิสระไปไหน ตนจะไปยื่นหนังสือที่นั่น ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกว่าพระพุทธะอิสระทำอะไรก็ได้ ขณะที่คณะสงฆ์ พระเมธีธรรมาจารย์ เป็นพระราชาคณะ กลับไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างพระพุทธะอิสระ เพราะฉะนั้นการแถลงข่าวในวัดกับการบุกสถานทูตเปรียบเทียบกันไม่ได้” นายจตุพรกล่าว