ซุกนิ่ม!! หนุ่มควบเก๋งชนท้ายติดไฟแดง เจ้าตัวเผ่นแน่บ กลิ่นสาบในรถหึ่ง ผงะ!ตัวนิ่มอัดแน่น 88 ตัว

28.08.17 | 17:27 น.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 สิงหาคม ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย มีพูล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คันซ้อนบนถนนสุราษฎร์ฯ-นครศรีธรรมราช(ทางหลวง401) ขาเข้า อ.เมืองสุราษฎร์ธานี บริเวณสามแยกไฟแดงบ้านพอด หมู่ที่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ โดยมีคนขับหลบหนี จึงพร้อม พ.ต.อ.จำโนช แก้วขาว ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ พ.ต.ท.ประภาศ ทองสมุทร รอง ผกก.และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผฉ 8848 สุราษฎร์ธานี มีนายไสว จันทร์พิชัย  คนขับ จอดเป็นคันแรกถูกชนด้านท้ายจนยุบด้วยรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ทะเบียน 4 กฉ 1092 กรุงเทพฯ มีนางสาวมลิกา ณสุย อายุ 27 ปี คนขับ สภาพถูกด้านท้ายจนยุบโดยรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน กต 1409 นครศรีธรรมราช

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถกระบะอีซูซุและรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส จอดติดไฟแดงอยู่ได้มีรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำแล่นพุ่งชนท้ายรถที่จอดอยู่ข้างหน้าอย่างจัง จากนั้นชายคนขับรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ คันต้นเหตุได้ลงจากรถวิ่งหลบหนีไปรวดเร็ว เมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบภายในรถปรากฏมีกลิ่นฉุนเหม็นสาบอย่างมาก และพบตัวนิ่มซุกซ่อนอยู่ภายในตะกร้าและถุงอวนสีฟ้า รวม 88 ตัว โดยได้ถอดเบาะนั่งออกจนหมดเหลือที่นั่งคนขับเพียงตัวเดียวและใช้ผ้าใบรองพื้นวางตะกร้าบรรจุตัวนิ่มและถุงอวน ชุดละ3-4 ตัวไว้ซ้อนกัน จึงอายัดทั้งหมดนำไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 8 สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบรถพบว่า ทะเบียน กต 1409 นครศรีธรรมราช เป็นป้ายทะเบียนปลอมและภายในรถยังพบแผ่นป้ายทะเบียน ขข 8358 สงขลา ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนปลอมเช่นกัน สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวลอบขนตัวนิ่มมาจากพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างขึ้นมาโดยใช้เส้นทางถนนสุราษฎร์ฯ-นครศรีธรรมราช เพื่อหลบด่านตรวจบนถนนทางหลวงเอเชีย 41 เพื่อจะส่งไปพักจุดใดจุดหนึ่งก่อนรวบรวมไปภาคกลาง

พ.ต.อ.จำโนช แก้วขาว ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ กล่าวว่า ตัวนิ่มที่อยู่ภายในรถมีสภาพอ่อนเพลียมาก เนื่องจากถูกอัดแน่นมาในรถ ซึ่งจะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนขับที่หลบหนีมาดำเนินคดีและประสานนายมีชัย อัยศูรย์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 มารับตัวนิ่มทั้งหมดไปอนุบาลที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา เพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

Advertisement