เมื่อเวลา 17.30 น วันที่ 28 สิงหาคม พ.ต.ท.ธนกร เกรียงวุฒิไกร รองผู้กำกับการ หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรย่อยท่าฉลอม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้นำตัวนายชาติชาย หรือแชมป์ ทัพชัย อายุ 32 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุชกหน้าสาวประเภทสองขณะกำลังจอดรถจักรยานยนต์รอเพื่อนที่บริเวณหน้าตึก 1 ปากทางเคหะชุมชนสมุทรสาคร ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร แล้วชิงทรัพย์เอาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายหลบหนีไป เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ตามที่มีคลิปปรากฏในโซเชียลกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกติดตามบุคคลในภาพและเตรียมออกหมายจับ แต่ทางด้านของคนร้ายได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวก่อน พร้อมกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อยามาฮ่า นูโว สีน้ำเงิน ทะเบียน กพธ 28 สมุทรสาคร และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO ที่ชิงทรัพย์ไปอีก 1 เครื่อง
นายชาติชายให้การรับสารภาพว่า ตนเองก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะพ้นโทษในคดียาเสพติดที่จังหวัดสมุทรสงครามมาได้ไม่นาน จากนั้นก็มาช่วยญาติๆ ทำงาน และไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ อยากจะได้โทรศัพท์สักเครื่องหนึ่ง เพราะเครื่องเก่าที่ญาติๆ ช่วยกันซื้อให้นั้นพังไปแล้ว ประกอบกับความเมาของตนเอง เมื่อขี่รถจักรยานยนต์ผ่านผู้เสียหายที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ จึงได้จอดรถแล้วก็ชกไปที่ใบหน้าของผู้เสียหาย 1 ที ก่อนชิงโทรศัพท์หลบหนีไป กระทั่งทางญาติเห็นคลิปปรากฏในโซเชียล จึงติดต่อให้ตนเข้ามอบตัว ซึ่งตนก็ไม่อยากหนีอีกแล้ว จึงได้มาเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้านนายวรวุฒิ (ท็อป) สาวประเภทสอง เป็นนักศึกษาของสถาบันแห่งหนึ่ง บอกว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อตรงปากทางเคหะที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากที่ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายและชิงเอาโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะซื้อมาได้เพียงแค่ 3 วันไปนั้น ทางครอบครัวก็ให้ออกจากงานทันที ส่วนในวันเกิดเหตุนั้นตนเองมารอเพื่อนที่ขึ้นไปเอาของบนห้อง ขณะนั้นตนก็นั่งค่อมรถจักรยานยนต์และก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือ สักพักหนึ่งก็มีชายขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปรอบหนึ่งก่อน แล้วก็ขับวกกลับมา เพื่อมาก่อเหตุชิงโทรศัพท์มือถือของตน โดยตนเองนั้นก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่เหมือนกัน แต่นับยังเป็นโชคดีที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงจากการถูกต่อย ซึ่งแพทย์บอกว่าเป็นอาการกระดูกอ่อนที่จมูกเกิดการอักเสบเท่านั้น ทั้งนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทั้งผู้ที่ช่วยกันเผยแพร่ภาพทางโซเชียลเพื่อติดตามตัวคนร้าย และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อจับตัวคนร้ายมาได้ในที่สุด
พี่สาวของนายชาติชายเล่าว่า ตนมีอาชีพค้าขายผัก โดยนายชาติชายอาศัยอยู่กับตน ก็ให้ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ แต่ชอบดื่มเบียร์เป็นประจำ ในวันก่อเหตุก็ดื่มเบียร์ไปหลายขวด แล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์ของลูกชายตนเองออกไปก่อเหตุ คาดว่านายชาติชายน้อยใจที่โทรศัพท์เปียกน้ำจนพัง โดยได้มีการตัดพ้ออ้อนวอนให้ตนซื้อให้ใหม่ ซึ่งตนบอกว่าให้รอก่อน แต่น้องชายก็มาก่อเหตุดังกล่าว
ขณะที่ทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ซึ่งจะได้นำตัวส่งศาลฝากขังต่อไป

