ในแถลงการณ์ฉบับล่าสุดของบริษัทคิงส์เกต ที่โพสต์ขึ้นหน้าเว็บไซต์ของทางบริษัทเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่า ผู้แทนของบริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดเด็ต จำกัด ได้พบกับคณะผู้แทนของรัฐบาลไทยเพื่อหารือถึงการทำข้อตกลงที่เป็นไปได้ รวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยจากรัฐบาลไทยในการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (ทาฟต้า)
โดยก่อนหน้าการพบเจรจากันครั้งนี้ บริษัทคิงส์เกตได้รับแจ้งว่ารัฐบาลไทยได้ยกเลิก “คำสั่งระงับชั่วคราว” ในการปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรี ที่ดำเนินงานโดยบริษัท อัครารีซอสเซส จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทอัครา นอกจากนี้คิงส์เกตยังได้รับคำแนะนำว่าการยื่นต่อใบอนุญาตกระบวนการคัดแยกโลหะจากสินแร่ของทางบริษัทอัคราที่หมดอายุไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมปี 2559 นั้นสามารถดำเนินการได้แล้วในขณะนี้ อย่างไรก็ตามในภายหลังกลับกลายเป็นว่ารัฐบาลไทยจะไม่ยอมจ่ายชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาลแก่บริษัทคิงส์เกต ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งระงับกิจการและการยึดคืนสัมปทานเหมืองชาตรี รวมถึงจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการเริ่มต้นดำเนินงานเหมืองชาตรี (หากสามารถกลับมาดำเนินงานได้ภายใต้ความเห็นชอบร่วมกับรัฐบาลไทย)
อย่างไรก็ดีคิงส์เกตได้รับแจ้งว่ารัฐบาลไทยอาจยินดีที่จะจัดหาประโยชน์ในทางอื่นให้แก่บริษัทคิงส์เกตในการพิจารณาปิดเหมืองชาตรีได้ ด้วยเหตุนี้ทางคณะกรรมการของบริษัทคิงส์เกตได้ตัดสินใจว่าเป็นผลประโยชน์ของบริษัทที่จะขยายการพิจารณาในเรื่องนี้ออกไป รวมถึงในประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ ดังนั้นคิงส์เกตขอสงวนสิทธิตามกฎหมายภายใต้ข้อตกลงทาฟต้า และขอขยายระยะเวลาในการเจรจากับรัฐบาลไทยเพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ต่อไป

